Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การพัฒนาระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา

ธีรภัทร์ ถิ่นแสนดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 2) ศึกษาความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับคุณภาพของระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning และ 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาที่มีต่อการใช้ระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน โดยเลือกวิธีแบบเจาะจง ได้แก่ ด้านการร่วมมือกันสร้างความรู้ ด้านสื่อประสมและการสื่อสาร และตรวจสอบแบบสอบถามการวิจัย กลุ่มที่ 2 นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 118 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejcie และ Morgan เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) ระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning 2) แบบประเมินความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับคุณภาพของระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning และ 3) แบบประเมินความคิดเห็นของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาที่มีต่อการใช้ระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ 1. ระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทยโดยใช้เทคนิค M-Learning เป็นการนำ M-Learning เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนแบบร่วมมือ สามารถใช้ได้ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐานงานวิจัยครั้งนี้ได้ยึดรูปแบบการเรียนรู้แบบวงกลมการเรียนรู้ ของจอห์นสัน และจอห์นสัน ซึ่งประกอบด้วย 1) สร้างความรู้สึกพึ่งพากัน 2) มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมกัน 3) มีความรับผิดชอบ 4) มีทักษะทางสังคม และ 5) มีกระบวนการกลุ่ม ซึ่งระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทยโดยใช้เทคนิค M-Learning ประกอบด้วย 7 กระบวนการดังนี้ 1) ครูแบ่งกลุ่มจัดนักเรียนเข้ากลุ่ม 3-4 คน โดยคละความสามารถของนักเรียน 2) ครูมอบหมายงานให้ศึกษาเนื้อหาใน M-Learning และกำหนดระยะเวลาให้ศึกษา พร้อมกำหนดกรอบเนื้อหาให้ศึกษา แต่ไม่กำหนดรายละเอียดของการศึกษา ซึ่งครูต้องแจ้งให้นักเรียนทราบว่าในกลุ่มต้องช่วยกัน และสร้างความเข้าใจร่วมกัน 3) นักเรียนเมื่อได้รับมอบหมายงาน ให้แบ่งหน้าที่มอบหมายบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนให้ชัดเจน และศึกษาเนื้อหาต่างๆ ผ่าน M-Learning 4) สมาชิกในกลุ่มนำสิ่งที่ได้ศึกษานั้นมาสรุปความรู้ความเข้าใจ และถ่ายทอดให้สมาชิกในกลุ่มได้เรียนรู้ร่วมกัน 5) กลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอหน้าชั้น โดยสมาชิกในกลุ่มปรึกษาหาวิธีการนำเสนอ 6) ครูประเมินผลการรายงานของตัวแทน 7) ครูเลือกสุ่มนักเรียนในกลุ่มออกมาสอบถามความรู้ที่ได้รับ 2. ผู้เชี่ยวชาญมีความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพของระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก แยกเป็นรายด้านคือ ด้านการร่วมมือกันสร้างความรู้ และด้านสื่อผสมและการสื่อสารอยู่ในระดับดีมาก 3. นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษามีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนด้วยระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน วิชาภาษาไทย โดยใช้เทคนิค M-Learning โดยรวมอยู่ในระดับดีมาก สรุปได้ว่า การวิจัยครั้งนี้ควรสนับสนุนส่งเสริมให้นำระบบการเรียนแบบร่วมมือเป็นฐาน โดยใช้เทคนิค M-Learning ไปใช้ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้เหมาะสมตามสภาพรายวิชาต่างๆ ต่อไป

คำสำคัญ

Cooperative Learningโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาการเรียนแบบร่วมมือระบบการเรียนLearning SystemsLearning TechniquesPhrapariyattithamma Schools of Formal Education Divisionเทคนิคการเรียนรู้

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาชุดการสอนที่เสริมการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ เรื่องลิลิตตะเลงพ่าย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

อังคณา ขจร พ.ศ. 2560

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของกาเย่ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

เพ็ญพิศุทธิ์ ใจสนิท มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พ.ศ. 2560

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนรายงานวิชาการ รายวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ของนักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ

พิชญาวี ทองกลาง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พ.ศ. 2561

การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนตามทฤษฎีพหุปัญญา เรื่อง ภูมิใจภาษาไทยของเรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

พจมาน ชำนาญกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2559

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิธีสอนและการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ด้วยโครงงานฐานวิจัยสำหรับนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

วทัญญู ขลิบเงิน พ.ศ. 2561

การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่อง ชนิดของคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านหนองบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 3

พิมพ์ประภา อรัญมิตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย พ.ศ. 2554

การพัฒนาชุดการเรียนรู้โดยสอดแทรกการคิด เรื่อง ถิ่นแผ่นดินทอง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

พนัดดา บุญชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2557

บทบาทครูในการเรียนการสอนแบบโครงงานในหน่วยวิชาบูรณาการสังคมศึกษา-ภาษาไทย ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนรุ่งอรุณ

วันใหม่ นิยม สถาบันอาศรมศิลป์ พ.ศ. 2561

รูปแบบการจัดการศึกษาอย่างมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

สำเนียง ไวยารัตน์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย พ.ศ. 2558

ผลการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ธนรัชฎ์ ศิริสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2563