พุทธนวัตกรรมในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษารูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย 2) เพื่อพัฒนารูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนมัธยมศึกษาทั้ง IQ และ EQ (ปัญญาและอารมณ์) ในจังหวัดนครปฐม 3) เพื่อสร้างรูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน สำหรับพระธรรมทายาท ในจังหวัดนครปฐม คณะผู้วิจัยได้กำหนดใช้วิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methodology Research) ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เก็บ รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม (Questionnaires) จำนวนนักเรียนในแต่ละโรงเรียนทั้งหมด 5 โรงเรียน มีดังนี้ 1) โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา 2) โรงเรียนปรีดารามวิทยาคม 3) โรงเรียนนาคประสิทธิ์ 4) โรงเรียนหอมเกร็ด และ 5) โรงเรียนวัดท่าพูด (นครผลประชานุกูล) รวมทั้งสิ้น 5,703 คน และสุ่มตัวอย่างด้วยตาราง สุ่มตัวอย่างของ Taro Yamane ได้กลุ่มตัวอย่าง 375 คน, การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการร่วมกิจกรรมกับฝ่ายสงฆ์, ฝ่ายฆราวาส และกลุ่มเป้าหมาย ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับ ผู้ให้ข้อมูลผ่ายพระสงฆ์ที่ทำหน้าที่พระสอนศีลธรรม พระวิปัสสนาจารย์ และผู้ช่วยเจ้าอาวาส, ฝ่ายครูที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้อง ประธานนักเรียนที่เป็นตัวแทนนักเรียน จำนวน 20 คน/รูป และการประชุมกลุ่มเฉพาะ (Focus Group) กลุ่มผ่ายพระสงฆ์ กลุ่มประธานนักเรียน และกลุ่มนักกิจกรรม get up teacher ทั้งสิ้นจำนวน 11 คน/รูป และการวิจัยเชิงปฎิบัติการ (Action Research) ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ชุดกิจกรรม การฝึกอบรมเด็กและเยาวชน 1 ห้องเรียน จำนวน 30 คน จากโรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา โดยคัดเลือกจาก 1 ใน 5 โรงเรียน โดยวิเคราะห์ค่าสถิติพื้นฐานได้ ร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (x?) และการหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สำหรับอธิบายข้อมูลในกิจกรรมก่อนและหลังด้วยสถิติ paried t test โดยใช้วิธีวัดผลกิจกรรมก่อนและหลัง ผลการวิจัยพบว่า 1) การศึกษารูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในสังคมไทย พบว่า ส่วนใหญ่นักเรียนในภาพรวมมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ได้ให้คะแนนในระดับสูง 55.7 รองลงมา คือ ระดับปานกลาง 40.8 และระดับต่ำ 3.5 และการแบบประเมินความคิดเห็นต่อพัฒนารูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนมัธยมศึกษาทั้ง IQ และ EQ (ปัญญาและอารมณ์) พบว่า ส่วนใหญ่นักเรียนในภาพรวมมีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ได้ให้คะแนนในระดับปานกลาง 58.4 รองลงมา คือ ระดับสูง 36.3 และระดับต่ำ 5.3 และสามารถอธิบายแบบประเมินความคิดเห็นต่อพัฒนารูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนมัธยมศึกษาทั้ง IQ และ EQ (ปัญญาและอารมณ์) 2) การพัฒนารูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนมัธยมศึกษาทั้ง IQ และ EQ (ปัญญาและอารมณ์) ในจังหวัดนครปฐม พบว่า นวัตกรรมนั้น คือพุทธ คือ พุทธศาสนา ในส่วนของนวัตกรรม คือ สิ่งที่เราได้เกิดขึ้นมาจากการเรียนรู้สิ่งใหม่ ผ่านเทคโนโลยี บางก็ใช้หลักทางวิทยาศาสตร์ และพุทธผสมผสานกันเป็นการทำสิ่งใหม่ๆ ไม่ให้เด็กรู้สึกว่าเบื่อกับกิจกรรมนั้นๆ โดยเชื่มโยงกับมิติทางศาสนา, การพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนทางด้านปัญญาและอารมณ์นั้น จะเน้นไปที่ แนวทางการแก้ปัญหาโดยการควบคุมด้วยสมาธิ ส่วนมากเน้นเป็นการจัดกิจกรรม โครงการเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาและเสริมความฉลาดทางปัญญาและอารมณ์กับเด็ก ซึ่งจะใช้เทคนิคต่างกัน เช่นการเล่นเกม walk really mine mapping เป็นต้น, แนวทางของกกิจกรรมของพุทธนวัตกรรมรูปแบบใหม่ จะเป็นการนำสื่อต่างๆ ให้เด็กเกิดความสนใจ มีกิจกรรมให้ทำและไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อ เหมาะสมกับวัยและเหตุการณ์ในปัจจุบัน และการพัฒนาจิตอาสาเกี่ยวกับพุทธนวัตกรรมเด็กและเยาวชน ส่วนใหญ่เป็นการจัดกิจกรรมโดยเน้นจิตอาสา อาจมีการให้ความรู้ต่างๆ การทำประโยชน์ให้กับทางโรงเรียน การสวดมนต์ไหว้พระ และการทำประโยชน์นอกโรงเรียน 3) สร้างรูปแบบพุทธนวัตกรรมในพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน สำหรับพระธรรมทายาท ในจังหวัดนครปฐม พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน 30 คน โดยการเปรียบเทียบค่า paired t-test ทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมตามรายข้อ พบว่า แต่ละข้อทีเกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมพุทธนวัตกรรมในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน แต่ละข้อของนักเรียนทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรมนั้นคะแนนทั้ง 20 ข้อ ทุกข้อมีการผลที่ออกมาแตกต่างกันทุกข้อแสดงให้เห็นว่าก่อนและหลังเข้ากิจกรรมนักเรียนมีการพัฒนาตนเอง มีทัศนคติที่ดี และเป็นมีการเรียนรู้และแนวทางชีวิตที่ดีขึ้น ยกเว้นข้อที่ 3 กิจกรรมนี้ทำให้เข้าใจหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา และข้อที่ 4 กิจกรรมนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้จักการสวดมนต์ นั่งสมาธิ ที่ไม่มีความแตกต่างกันมากทั้งก่อนและหลังเข้าร่วมกิจกรรม