Buddhist Sand Box การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง “Buddhist Sand Box” การพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ 2) เพื่อพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ 3) เพื่อสร้างเครือข่าย“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ ดำเนินการวิจัยเชิงคุณภาพ และการวิจัยเชิงปฏิบัติการ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ และกลุ่มนิสิต จำนวน 15 รูป/คน และนิสิตปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ส่วนกลางในปีการศึกษา 2566 จำนวน 382 คน สนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 13 คน และเครื่องวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามและแบบประชุมสนทนากลุ่มย่อย ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธเป็นแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อผลักดันให้เป็นพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสำหรับส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ของนักเรียน โดยนวัตกรรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี เกี่ยวกับศาสนพิธีทางพระพุทธศาสนา ยังไม่พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการลงพื้นที่ศึกษา โดยนวัตกรรมเกี่ยวกับกิจกรรมทางพระพุทธศาสนามีความเชื่อมโยงกับการศึกษาของสามเณร โดยสถานศึกษาเปิดโอกาสให้สามเณรเข้ามาศึกษาในระดับมัธยมศึกษาร่วมกับนักเรียนทั่วไป โดยมีพระสังฆาธิการให้การอุปถัมภ์การศึกษาครั้งนี้ร่วมกับทางโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดเด่นของสถานศึกษาในการเปิดโอกาสให้สามเณรและเยาวชนได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร 2. การพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธในการพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ คณะผู้วิจัยได้พัฒนา ห้อง C 500 อาคารเรียนรวมโซน C ชั้น 5 เป็นพื้นที่“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ เป็นเหมือน Center พื้นที่ในการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธใน 5 ประเด็น คือ 1) ความเป็นมาของศาสนพิธี 2) องค์ประกอบของศาสนพิธี ได้แก่ พิธีกรรม พิธีการ และพิธีกร 3) กระบวนการปฏิบัติศาสนพิธี 3 ขั้น คือ ขั้นเริ่มต้น ขั้นท่ามกลางและขั้นตอนท้าย 4) บทศาสนพิธีกร 4 หมวด คือ หมวดที่ 1 หมวดกุศล ได้แก่ คำแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การภาวนาเวียนเทียนในวันสำคัญทางพุทธศาสนา หมวดที่ 2 หมวดกุศลพิธี ได้แก่ คำบูชาพระรัตนตรัย คำอาราธนาศีล 5 คำอาราธนาพระปริตร คำอาราธนาธรรม คำถวายข้าวพระพุทธ คำลาข้าวพระพุทธ คำถวายสังฆทาน คำกราบลาพระรัตนตรัย หมวดที่ 3 หมวดทานพิธี ได้แก่ คำถวายสังฆทาน แบบสามัญ คำถวายสังฆทานสลากภัตต์ คำถวายสังฆทานผ้าวัสสิกสาฎก หรือ ผ้าอาบน้ำฝน คำถวายสังฆทานผ้าป่า คำถวายสังฆทานอุทิศให้ผู้ล่วงลับ และ หมวดที่ 4 หมวดปกิณณกะพิธี ได้แก่ การประเคนของพระ บทกรวดน้ำ (พระสงฆ์สวด) 5) แอพลิเคชั่นศาสนพิธี ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่น ถูกพัฒนา ขึ้นเพื่อรวบรวมบทศาสนพิธีกรที่จำเป็นในพิธีกรรมต่าง ๆ ที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาในทั้ง 4 หมวด พร้อมเสียงสวดมนต์เพื่อให้ผู้ศึกษาได้นำไปประยุกต์ใช้ในการเป็นศาสนพิธีกรในการปฏิบัติศาสนพิธีได้ถูกต้อง เหมาะสมตามกาลเทศ สามารถประสานงาน ควบคุม กำกับพิธีการได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งผลการประเมินความคิดเห็นของนิสิตระดับปริญญาตรีมีความคิดเห็นต่อการพัฒนา“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ ภาพรวม 5 ด้าน อยู่ในระดับมาก 3. สร้างเครือข่าย“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ 3 แห่ง ได้แก่ 1) โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย 2) โรงเรียนวัดจันทร์(ผาดไสวประชาอุทิศ) 3) โรงเรียนชุมชนวัดบางขัน โดยมีกระบวนการสร้างเครือข่าย คือ การประสานให้ทางเครือข่ายมีการตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างเครือข่าย“Buddhist Sand Box” พื้นที่นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธ การติดต่อกับโรงเรียนที่จะร่วมเป็นเครือข่ายหลังจากตัดสินใจร่วมกัน การสร้างพันธกรณีร่วมกัน โดยการเชิญวิทยากรทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธมาถ่ายถอดเพิ่มพูนความรู้ให้แก่นักเรียน การพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกัน คณะผู้วิจัยได้ลงพื้นที่พัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกับผู้บริหาร ครู และนักเรียนในการสร้างเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และการทำกิจกรรมร่วมกัน โดยในขั้นตอนนี้ทางคณะผู้วิจัยได้จัดกิจกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาวิถีพุทธร่วมกับทางโรงเรียนเครือข่าย