Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

สมบัติการต้านอนุมูลอิสระ และต้านจุลินทรีย์ของผลิตภัณฑ์ครีมจากกะเม็ง

นิรมล ศากยวงศ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

กะเม็ง (Eclipta prostrata Linn.) เป็นพืชสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อนและเขตเส้นศูนย์สูตร มีการกระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางในประเทศไทย จีน อินเดีย และบราซิล กะเม็งเป็นยาสมุนไพรที่ใช้กันมานาน มีประโยชน์ทางยามากมาย หากนำต้นกะเม็งน้ำหนัก 100 กรัมมาแบ่งเป็นส่วนจะได้น้ำหนักแห้งของใบ ดอก ต้น และรากประมาณ 35, 9, 44 และ 12 กรัม ตามลำดับ ร้อยละของการลดความชื้นด้วยวิธีการอบแห้งที่อุณหภูมิต่ำ 60oC, การทำแห้งด้วยคลื่นไมโครเวฟ และ การทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง ขึ้นกับส่วนของพืชและน้ำหนักสดเริ่มต้นอย่างมีนัยสำคัญ และการอบแห้งจะทำให้ตัวอย่างมีสีคล้ำกว่าการทำแห้งด้วยคลื่นไมโครเวฟและแช่เยือกแข็ง ปริมาณฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ถูกสกัดได้ด้วยตัวทำละลายที่มีขั้ว คือ 99.7% และ 50% เอทานอล โดยใบกะเม็งที่อบแห้งด้วยวิธีแช่เยือกแข็งมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด สารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมด และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด รองลงมาคือตัวอย่างที่ทำแห้งด้วยไมโครเวฟ และการอบแห้งที่อุณหภูมิ 60oC มีค่าต่ำที่สุด การวิเคราะห์ด้วยเทคนิค LC-MS/MS พบสารสกัดกะเม็งมีสารฟลาโวนอยด์หลักคือ luteolin, luteolin glucoside, luteolin sulfate, wedelolactone, demethylweldellolactone, demethywedelolactone sulfate, 3’-hydroxybiochanin A และสารสกัดกะเม็งมีสารฟินอลิกหลักคือ gallic acid, protocatechuic acid, caffeoylquinic acid, dicaffeoylquinic acid), phenolic aldehyde (protocate chualdehyde), และtriterpenoids (eclalbasaponin) และการอบแห้งที่ 60oC ส่งผลทำลายสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ในใบกะเม็ง ค่า IC50 ของสารสกัดใบกะเม็งและสารเคมีมาตรฐานที่มีผลเป็นพิษต่อเซลล์ HaCaT ของยา paclitaxel มีค่าเท่ากับ 2.4 ไมโครกรัมต่อลิตร รองลงมาคือ luteolin, wedelolactone และสารสกัดใบกะเม็งที่ให้ค่า IC50 เท่ากับ 13, 25 และ 271 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ ซึ่งในกรณีนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดใบกะเม็งมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ HaCaT ต่ำที่สุด และค่า IC50 ของสารสกัดใบกะเม็งที่ใช้กับเซลล์อักเสบมีค่าลดลงเป็น 241 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ดินร่วน ดินร่วนปนทราย และดินเหนียว ที่ใช้ในการทดลองมีคุณสมบัติมเหมาะสมกับการปลูกพืช ดังนั้นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญของต้นกะเม็งคือคุณสมบัติเนื้อดินและการระบายน้ำ การทดลองแสดงให้เห็นว่าต้นกะเม็งเจริญในดินร่วนปนทรายได้ดีที่สุด รองมาคือต้นกะเม็งที่เจริญในดินเหนียวและดินร่วน และการวิเคราะห์ทางสถิติบ่งชี้ว่ากะเม็งที่ปลูกในดินทั้งสามชนิดมีปริมาณฟีนอลิก ปริมาณฟลาโวนอยด์ และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในสารสกัดกะเม็งไม่แตกต่างกัน แต่การวิเคราะห์ปริมาณ wedelolactone พบว่าสารสกัดจากใบกะเม็งของต้นที่เจริญในดินร่วนมีค่าน้อยที่สุด โดยต้นกะเม็งอายุ 3, 5 และ 7 สัปดาห์ มีปริมาณปริมาณฟินอลิกทั้งหมด ปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมด และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากต้องการให้ได้สาร wedelolactone ปริมาณมากควรเก็บเกี่ยวกะเม็งที่เจริญเติบโตเต็มที่ในระยะออกดอก การทดสอบฤทธิ์ต้านการเจริญของแบคทีเรียพบว่าสารสกัดใบกะเม็งด้วย 99.7% และ 50% เอทานอล ซึ่งละลายใน 50% (w/v) propylene glycol มีความเข้มข้นของ wedelolactone เท่ากับ 16.2 และ 0.7 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ เอทานอลทำให้เกิดโซนยับยั้งการเจริญของเชื้อ S. aureus และ C. albicans แต่ไม่สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ P. aeruginosa ภายใต้สภาวะที่ทดสอบ ส่วนสารสกัดหยาบกระเม็งที่อยู่ในครีมกระเม็งอาจมีความเข้มข้นไม่เพียงพอที่จะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ทั้งสามชนิดได้ ผลการทดลองในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการปลูกต้นกะเม็งเพื่อผลิตเป็นวัตถุดิบสมุนไพร หรือ ผลิตในรูปของสารสกัดหยาบ หรือ สารกึ่งบริสุทธิ์ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสารสกัดสำหรับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงการเพิ่มความบริสุทธิ์ และ/หรือปริมาณสารออกฤทธิ์ในสารสกัด เพื่อให้เหมาะสมกับการประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการต่อไป รวมทั้งทดสอบความคงตัวของฤทธิ์สารสกัดในครีม เนื้อสัมผัสและอายุการเก็บรักษาครีมต่อไป

คำสำคัญ

Antioxidantสารต้านอนุมูลอิสระCytotoxicityAntimicrobialความเป็นพิษต่อเซลล์กะเม็งสารต้านเชื้อจุลินทรีย์Eclipta prostrate Linn.

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาการปลูกสมุนไพรไทยตามมาตรฐานและเทคโนโลยีการสกัดสมุนไพรไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรรายย่อย

ดุสิต อธินุวัฒน์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2564

การคัดเลือกสมุนไพรที่มีฤทธิ์ควบคุมเชื้อรา Phytopthora sp. ที่แยกจากทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดชุมพร

สุจิตรา สุคนธมัต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2560

Pengecaman Pencilan Phytophthora spp. daripada Tanaman Saka Berkayu di Malaysia, Kepatogenan dan Silang Kepatogenannya

Universiti Putra Malaysia พ.ศ. 2561

ประสิทธิภาพของสมุนไพรสกัดหยาบประเภทหัว-เหง้า 5 ชนิด ในการยับยั้งเชื้อ สแตปฟิโลค็อกคัส ออเรียสที่แยกจากนํ้านมดิบ สหกรณ์โคนมนํ้าพอง จังหวัดขอนแก่น

บุปผชาติ ตระการจันทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

การศึกษาการใช้สารสกัดพืชสมุนไพรบางชนิดในการยับยั้งการเจริญของ เชื้อราสาเหตุโรคพืชที่สำคัญในพื้นที่สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

กัลทิมา พิชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

การศึกษาสารไฟโตเคมีคอล ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลินทรีย์ก่อสิว และความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังจากสารสกัดพลูคาว

ทินกร เถียรสูงเนิน มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. 2565

ความสามารถต้านอนุมูลอิสระของพืชสมุนไพรท้องถิ่นใน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เพื่อพัฒนาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

อรพิณ โกมุติบาล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2562

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมของสารสกัดเห็ดป่ากินได้ในจังหวัดอุบลราชธานี

สมจินตนา ทวีพานิชย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2552

ผลของการอบแห้งต่อปริมาณสารออกฤทธิ์และฤทธิ์ทางชีวภาพของข่าคมเพื่อพัฒนาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

ธีระพันธ์ จำเริญพัฒน์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2565

ผลของการเพาะเลี้ยงเห็ดเศรษฐกิจโดยใช้ขี้เลี่อยกฤษณาต่อคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยา

ประภาพรรณ ซอหะซัน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2559