ผลของวิตามินอีต่อการพัฒนาการของไข่และการเจริญเติบโตของปลาก้างพระร่วง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาผลของวิตามินอีต่อการพัฒนาการของไข่และการเจริญเติบโตของปลาก้างพระร่วงโดยใช้อาหาร 4 สูตร คือ อาหารสำเร็จรูปที่ไม่เสริมวิตามินอี อาหารที่เสริมวิตามินอีระดับความเข้มข้น 200, 300 และ 400 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ดำเนินการศึกษาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง ระหว่าง กรกฎาคม ถึง ธันวาคม 2552 โดยปลามีน้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ยเท่ากับ 0.44 + 0.05 กรัม และความยาวเริ่มต้นเฉลี่ยเท่ากับ 5.08 + 0.17 เซนติเมตร จำนวน 60 ตัวต่อตู้ เลี้ยงในตู้กระจก ขนาด 45x90x45 เซนติเมตร ในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด เป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าปลาก้างพระร่วงมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.49 + 0.28, 1.66+ 0.22, 1.70 + 0.21 และ 1.55 + 0.21 กรัม ความยาวเฉลี่ย 6.93 + 0.43, 7.18 + 0.38, 7.25 + 0.35 และ 7.00 + 0.32 เซนติเมตร ตามลำดับ อัตรารอดเฉลี่ย 90.47 + 4.36, 93.33 + 2.86, 92.38 +1.65 และ 93.33 + 4.36 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ผลปรากฏว่า ปลาก้างพระร่วงทั้ง 4 ชุดการทดลองมีการเจริญเติบโตด้านความยาวเฉลี่ย น้ำหนักเฉลี่ย และอัตรารอดไม่แตกต่างกันทางสถิติ (p>0.05) อาหารทั้งสี่ชนิดสามารถทำให้ปลามีการพัฒนาการของไข่เข้าสู่ระยะสมบูรณ์เพศทุกชุดการทดลอง โดยชุดที่เลี้ยงด้วยอาหารเสริมวิตามินอีระดับความเข้มข้น 300 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม มีผลต่อการพัฒนาของไข่มากที่สุด