ความหลากหลายทางสัณฐานวิทยาและปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของงา (Sesamum indicum L.) ในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความหลากหลายทางสัณฐานวิทยาของงา 2) ศึกษาปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดงา และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางสัณฐานวิทยาและลักษณะทางการเกษตรต่อปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระของงา ศึกษาโดยวางแผนการทดลองแบบ RCBD 22 พันธุ์/สายพันธุ์ 4 ซ้ำ สำหรับลักษณะสัณฐานวิทยาและลักษณะทางการเกษตรทำการประเมิน 2 ฤดูกาล วิเคราะห์ปริมาณเซซามินด้วย HPLC และฤทธิ์ต้านออกซิเดชันด้วย DPPH assay โดยใช้เมล็ดงาที่เก็บเกี่ยวจากการปลูกในต้นฤดูฝน ผลการทดลองพบว่า ค่าสัมประสิทธิ์ความคล้ายคลึงกันทางพันธุกรรมโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยาอยู่ในช่วง 0.48 – 0.96 สำหรับลักษณะทางการเกษตรพบว่า พันธุ์งามีลักษณะองค์ประกอบผลผลิตและผลผลิตแตกต่างกันและมีปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์กับฤดูกาลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกลักษณะที่ศึกษา (P?0.01) ปริมาณเซซามินและฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P?0.01) ปริมาณเซซามินมีค่าระหว่าง 1.08 – 5.01 มก./ก. งาพันธุ์ขาวพื้นเมืองลาวมีปริมาณเซซามินมากที่สุด (5.01 มก./ก.) เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มตามสีของเมล็ด พบว่างาเมล็ดสีขาวมีปริมาณเซซามินมากกว่าเมล็ดสีดำและแดงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P?0.01) สำหรับฤทธิ์ต้านออกซิเดชันพบว่า งาพันธุ์ มข 2 มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันได้ดีที่สุด (IC50 = 24.00 มก./มล.) แต่ไม่แตกต่างทางสถิติกับสายพันธุ์ WL9 ขาวพื้นเมืองลาว และมหาสารคาม 60 พบว่างาเมล็ดสีแดงมีฤทธิ์ต้านออกซิเดชันได้น้อยกว่างาดำและงาขาว สำหรับการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางการเกษตรกับปริมาณเซซามินพบว่าอายุการเก็บเกี่ยว (r=-0.733, P?0.01) ความสูงต้น (r=0.611, P?0.01) น้ำหนัก 1,000 เมล็ด (r=0.501, P?0.05) และความกว้างเมล็ด (r=0.441, P?0.05) มีสหสัมพันธ์ทางบวกกับผลผลิตต่อต้นของงาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อายุการเก็บเกี่ยวมีอิทธิพลทางตรงแบบบวกต่อผลผลิตต่อต้นของงามากที่สุด (0.840) รองลงมาคือ ความสูงต้น (0.376) และน้ำหนัก 1,000 เมล็ด (0.287) สำหรับปริมาณเซซามิน พบว่าน้ำหนัก 1,000 เมล็ด (r=-0.715, P?0.01) ความยาวเมล็ด (r=-0.639, P?0.01) ความกว้างเมล็ด (r=-0.564, P?0.01) และผลผลิตต่อต้น (r=-0.468, P?0.05) มีสหสัมพันธ์ทางลบกับปริมาณเซซามินอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ น้ำหนัก 1,000 เมล็ด มีอิทธิพลทางตรงแบบลบต่อปริมาณเซซามินมากที่สุด (-0.471) รองลงมาคือความยาวเมล็ด (-0.369) จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการคัดเลือกพันธุ์งาเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อต้นสามารถคัดเลือกทางอ้อมผ่านอายุการเก็บเกี่ยว ความสูงต้น และน้ำหนัก 1,000 เมล็ด และความสัมพันธ์ระหว่างขนาดเมล็ดกับปริมาณเซซามินอาจเป็นอุปสรรคในการปรับปรุงพันธุ์งาเพื่อเพิ่มทั้งขนาดเมล็ดและปริมาณเซซามิน