Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

ผลกระทบของเงื่อนไขการดึงขึ้นรูปที่มีต่อโครงสร้างจุลภาค คุณสมบัติทางกลและพัฒนาการความเสียหาย ระหว่างกระบวนการดึงลวด

ณัฐศักดิ์ พรพุฒิศิริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มุ่งทำการศึกษาอิทธิพลของตัวแปรด้านกระบวนการดึงลวด วัสดุอลูมิเนียมผสม เกรด AL1100 และเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำเกรด S5D2 ที่ขั้นตอนการดึงขั้นสุดท้าย (Skin Pass) ด้วยการดึงผ่านดายที่ทำจากวัสดุทังสเตนคาร์ไบด์ สารหล่อลื่นที่ใช้ในงานนี้มี 2 ชนิดคือโซเดียมสเตียเรท (Sodium Stearate) ที่เป็นของแข็ง และนํ้ามันหล่อลื่น (Lubricant SAE40) อัตราส่วนการลดขนาดพื้นที่หน้าตัดคือ 5%, 10% และ 15% มุมไหลเข้าของแม่พิมพ์คือ 12 องศา ความเร็วที่ใช้ในการดึงเท่ากับ 10, 15 และ 20 มิลลิเมตรต่อนาที รวบรวมและเก็บข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างอิทธิพลทั้งสามส่วน ที่ส่งผลต่อ ความเรียบผิว (Surface Roughness) แรงในการดึงลวด (Drawing Force) ความถูกต้องแม่นยำของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหลังการดึง (Diameter of Finished Wire) คุณสมบัติทางกลของชิ้นงานสำเร็จ รวมทั้งการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์การไหลตัวหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างจุลภาค(Microstructure) ของวัสดุชิ้นงาน หลังการดึงขึ้นรูป จากผลการทดลองพบว่าสารหล่อลื่นที่ส่งผลให้แรงดึงต่ำสุดและค่าความหยาบผิวดีที่สุดคือ สารหล่อลื่นที่มีค่าความหนืดต่ำ ทำให้การต้านทานการไหลตัวของวัสดุต่ำและมีการสร้างชั้นฟิล์มในการเคลือบผิวที่ดีจึงทำให้ใช้แรงดึงในการขึ้นรูปต่ำสุดและค่าความหยาบผิวมีคุณภาพดี ทั้งนี้พบอีกว่าการดึงขึ้นรูปที่มีอัตราการลดลงของพื้นที่หน้าตัดต่ำมีแนวโน้มความหยาบผิวดีที่สุด เนื่องจากการไหลตัวของโครงสร้างในระดับจุลภาคเกิดการรวบตัวของเกรนในช่องทางไหลเข้ามีน้อยกว่าพื้นผิวเส้นลวดที่ได้จึงมีคุณภาพผิวที่ดีกว่า

คำสำคัญ

โครงสร้างจุลภาคคุณภาพชิ้นงานwire drawing / Microstructure / Damage development / workpiece qualityงานดึงลวดพัฒนาการความเสียหาย

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความสามารถในการดัดขึ้นรูปและพัฒนาการความเสียหายในระหว่างการดัดขึ้นรูปแบบอิสระร่วมกับการดัดขึ้นรูปแบบเฮมมิ่ง

ณัฐศักดิ์ พรพุฒิศิริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2559

การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความหยาบผิวและการสึกหรอของเครื่องมือตัด ในกระบวนการกัดวัสดุอลูมิเนียมหล่อแบบกึ่งของแข็ง A356

สมศักดิ์ ศิวดำรงพงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2560

การทดสอบคุณสมบัติทางกลของการเชื่อมเสียดทานแบบกวนของ รอยต่อชนอลูมิเนียมผสมเกรด 5083

อนุวัต สุเพียร สกลนคร พ.ศ. 2559

อัตราส่วนความหนาวัสดุและรัศมีการดัดที่ส่งผลต่อค่าความเสียหายของโลหะแผ่นอลูมิเนียม AA6016ในระหว่างการดัดขึ้นรูปแบบอิสระ

ณัฐศักดิ์ พรพุฒิศิริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2560

การพัฒนาระบบบำบัดสีย้อมและโลหะหนักในขั้นตอนเดียว โดยวิธีการดูดซับ

ดร. ปนัดดา แทนสุโพธิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2558

ผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจุลภาคของชิ้นงานที่ผ่านกระบวนการปั๊มตัดด้วยแม่พิมพ์ตัดขาด

ชัยวัฒน์ พีรทัตสุวรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2561

การศึกษาเชิงทดสอบและเชิงเลขของความเสียหายของตัวสอดแทรกโลหะภายใต้การทดสอบโดยการดึงนอกระนาบ

พัชราภรณ์ บุณยวานิชกุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2553

การศึกษาอิทธิพลด้านตัวแปรของการเชื่อมเสียดทานแบบกวนของรอยต่อชนอลูมิเนียมผสมเกรด 508

อนุวัต สุเพียร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พ.ศ. 2560

โครงสร้างทางโลหะวิทยาและสมบัติทางกลของกระบวนการเชื่อมเสียดทานแบบกวนชนิดหัวกวนแบบคู่อลูมิเนียม 7075-T6 โดยมีวัสดุเสริมแรงในรอยเชื่อม

วรพงค์ บุญช่วยแทน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2564

อิทธิพลของการบ่มแข็งสองครั้งที่มีต่อโครงสร้างจุลภาคและสมบัติทางกลของอะลูมิเนียมหล่อแบบกึ่งของแข็งเกรด 2024

สมศักดิ์ ศิวดำรงพงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2563