Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การทำนายค่าความหนาของชิ้นงานพาราโบลิกที่เกิดจากความไม่แน่นอนของคุณสมบัติโลหะแผ่นด้วยสมการการถดถอย

ชลากร อุดมรักษาสกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำการพยากรณ์ค่าสูญเสียความหนาของชิ้นงานรูปทรงพาราโบลิกในการจำลองการลากขึ้นรูปโลหะแผ่นด้วยน้ำผ่านระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์บนความไม่แน่นอนของคุณสมบัติทางกลของโลหะแผ่นเกรด SPCC ความหนา 1 มิลลิเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยคุณสมบัติ 3 ชนิด คือ ค่าสัมประสิทธิ์ความแข็งแรง เลขชี้กำลังการทำให้แข็งด้วยความเครียด และอัตราส่วนของความเครียดในช่วงพลาสติกทั้งสามแนวแกน (0?, 45? และ 90? กับแนวแกนรีด) โดยทำการจำลองหลาย ๆ ครั้ง จากการสุ่มค่า K, n, r0, r45 และ r90 ตามลักษณะการกระจายตัวที่ได้จากการทดสอบแรงดึงแกนเดียวด้วยชิ้นงานทดสอบที่มากพอ สุดท้ายนำผลลัพธ์ทั้งหมดมาทำการวิเคราะห์ด้วยสมการการถดถอยเพื่อสร้างสมการสำหรับการพยากรณ์ค่าสูญเสียความหนาของชิ้นงานหลังการขึ้นรูปด้วยตัวแปร K, n, r0, r45 และ r90 โดยไม่ต้องผ่านการจำลองการขึ้นรูปด้วยระเบียบไฟไนต์เอลิเมนต์ ส่งผลให้ลดเวลาในการจำลองการขึ้นรูป จากการทดสอบแรงดึงแกนเดียวทั้งหมดจำนวน 30 ครั้งต่อแนวแกนรีด พบว่าค่าคุณสมบัติของโลหะแผ่นมีการกระจายตัวแบบปกติ จากนั้นทำการสุ่มค่าของทั้ง 5 ตัวแปรตามลักษณะการกระจายตัวทั้งหมด 60 กรณี เพื่อนำไปทำการจำลองการขึ้นรูปผ่านระเบียบไฟไนต์เอลิเมนต์ สุดท้ายนำผลลัพธ์จากการจำลองดังกล่าวมาวิเคราะห์และสร้างเป็นสมการถดถอย จากการเปรียบเทียบค่าทำนายที่ได้จากสมการถดถอยกับผลจากการจำลองการขึ้นรูป พบว่าสมการถดถอยสามารถทำนายค่าการสูญเสียความหนาได้มีประสิทธิภาพเมื่อค่าของทั้ง 5 ตัวแปร อยู่ภายใต้คุณสมบัติการกระจายตัวเหมือนกัน และจะลดประสิทธิภาพลงเมื่อค่าของทั้ง 5 ตัวแปร อยู่นอกเหนือคุณสมบัติการกระจายตัวที่ได้จากการทดสอบ นอกจากนี้การใช้ความไม่แน่นอนของคุณสมบัติทางกลของโลหะแผ่นในการจำลองยังทำให้ทราบถึงโอกาสที่พบชิ้นงานที่ได้รับความเสียหายจากการสูญเสียความหนาเกิน 40% จากการจำลองพบว่าเกิดชิ้นงานเสียหายจำนวน 5 ชิ้น คิดเป็นร้อยละ 8.33

คำสำคัญ

Finite element methodRegression modelระเบียบวิธีไฟไนต์เอลิเมนต์สมการการถดถอยHydromechanical Deep Drawingการลากขึ้นรูปโลหะแผ่นด้วยน้ำ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

อัตราส่วนความหนาวัสดุและรัศมีการดัดที่ส่งผลต่อค่าความเสียหายของโลหะแผ่นอลูมิเนียม AA6016ในระหว่างการดัดขึ้นรูปแบบอิสระ

ณัฐศักดิ์ พรพุฒิศิริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2560

การเปรียบเทียบค่าความสัมพันธ์ระหว่างความเค้นและความเครียดที่ได้จากการทดสอบแบบเป่าโป่งด้วยน้ำกับการทดสอบแบบแรงดึงแกนเดียวของสแตนเลส SS304

ชลิดา อุดมรักษาสกุล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พ.ศ. 2559

PREDICTION OF CONCRETE MIX COMPRESSIVE STRENGTH USING STATISTICAL LEARNING MODELS

พ.ศ. 2561

การศึกษาเชิงทดสอบและเชิงเลขของความเสียหายของตัวสอดแทรกโลหะภายใต้การทดสอบโดยการดึงนอกระนาบ

พัชราภรณ์ บุณยวานิชกุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2553

การหาค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสมในการเชื่อมเสียดทานด้วยขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม

นันทวัฒน์ วีระยุทธ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2557

การศึกษาประเมินสมการทำนายค่ากำลังรับแรงอัดของวัสดุสร้างทางผสซีเมนต์

จิรโรจน์ ศุกลรัตน์ พ.ศ. 2561

Identification of material parameters for springback prediction using cyclic tension?compression test

พ.ศ. 2559

โครงการ การสร้างแบบจำลอง ที่พิจารณาถึงโครงสร้างทางจุลภาค สำหรับทำนายสมบัติทางกลของเหล็กกล้าสองเฟสความแข็งแรงสูง

วิทูร อุทัยแสงสุข มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2557

ความสามารถในการดัดขึ้นรูปและพัฒนาการความเสียหายในระหว่างการดัดขึ้นรูปแบบอิสระร่วมกับการดัดขึ้นรูปแบบเฮมมิ่ง

ณัฐศักดิ์ พรพุฒิศิริ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2559

การวิเคราะห์เชิงตัวเลขและทดลองของกระบวนการเชื่อมแบบใต้ฟลักซ์สำหรับประเมินการบิดเสียรูปและความเค้นตกค้างในชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็กกล้า

นฤดม ขจรวุฒิตระกูล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2559