แนวทางการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยอาศัยปัจจัยที่เป็นตัวทำนายทางสังคมวิทยาการเมือง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สำรวจรูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิภาคต่างๆ 2) ศึกษาปัจจัยทางด้านสังคมวิทยาการเมืองที่สามารถทำนายการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3) หาแนวทางการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บนพื้นฐานของอิทธิพลของปัจจัยทางสังคมวิทยาการเมือง ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียรสัน และการวิเคราะห์เส้นทาง ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การอุปมาน ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ภาพรวมภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.56 โดยพิจารณาเรื่องที่มีการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมากที่สุดคือคือ การติดตามตรวจสอบการบริหารงานท้องถิ่นผ่านส่วนราชการส่วนภูมิภาค มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.1 และเรื่องที่มีการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบน้อยที่สุด คือ การติดตามตรวจสอบการบริหารงานท้องถิ่นผ่านสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีค่าเฉลี่ย 1.21 2. ปัจจัยทางสังคมวิทยาการเมืองที่สามารถทำนายการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลที่เป็นคะแนนมาตรฐานระหว่างตัวแปรสาเหตุและตัวแปรผล พบว่า อิทธิพลรวมของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุดคือ ปัจจัยผู้นำภาคประชาชน (leadmix) มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล 1.653 รองลงมา คือ ปัจจัยการจัดตั้งกลุ่มองค์กรภาคประชาชน (groupmix) มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล 0.37 ปัจจัยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางการเมือง (informam) มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล 0.077 ปัจจัยวัฒนธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตย (culturemix) มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล 0.022 และปัจจัยกฎระเบียบของสังคมท้องถิ่น (rulemix) มีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพล 0.0089 ตามลำดับ สามารถเขียนสมการโครงสร้างได้ดังนี้ 2.1 ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางตรงต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (audmi) = 0.077 (informam) + 0.073 (leadmix) + 0.0089 (rulemix); R2 = 22 2.2 ปัจจัยที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (audmi) = 0.12 + 0.45 (culturemix) + 0.06 + 0.28 (informam) + 0.19 + 0.85 (rulemix); R2 = 36 3. แนวทางการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ 1) การส่งเสริมภาวะความเป็นผู้นำภาคประชาชน 2) การส่งเสริมการสร้างกฎระเบียบของสังคมท้องถิ่นที่เอื้อต่อการตรวจสอบ 3) การส่งเสริมความเข้มแข็งกลุ่มองค์กรภาคประชาชน 4) ส่งเสริมวัฒธรรมการเมืองประชาธิปไตยแก่ภาคประชาชน และ 5) การส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการเมืองท้องถิ่น