กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบทบาทวิธีการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน 2) ศึกษาความร่วมมือภาคีเครือข่ายการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และ 3) เสนอแนะเชิงนโยบายการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแบบวิถีความปกติใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1) เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 6 คน ได้แก่ ผู้ประกอบการ ผู้นำและเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว นำเสนอข้อมูลโดยการสังเคราะห์ ตีความ และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา 2) เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้เครื่องมือแบบสอบถาม จากกลุ่มตัวอย่าง 400 คน ซึ่งได้มาด้วยการสุ่มโดยไม่ใช้หลักความน่าจะเป็น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นคำถามปลายปิด และปลายเปิด ค่าดัชนีความสอดคล้อง มีค่าเท่ากับ 0.92 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามมีค่าเท่ากับ 0.935 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณณา การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1. บทบาทวิธีการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทบทวนบทบาทตัวเองและหาวิธีจัดการ โดยนำนวัตกรรมบริหารแบบใหม่ “วิถีแห่งนวัตกรรม” คือ 1.1) วิธีปฏิบัติในการระบุปัญหา 1.2) วิธีการในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา 1.3) วิธีบริหารจัดการองค์กรแห่งการเติบโต 2. ความร่วมมือภาคีเครือข่ายการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.98) เมื่อพิจารณารายด้านการสร้างปฏิสัมพันธ์ระยะยาว ( = 4.03) มีค่าสูงที่สุด และ 3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พบว่า 3.1) บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนฐานเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรที่ประสานงานอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง 3.2) การพัฒนาศักยภาพชุมชนให้มีความรู้ ทักษะจำเป็นด้านการท่องเที่ยว 3.3) การสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกัน เช่น ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบและร่วมรับผลประโยชน์ คำสำคัญ: การบริหารจัดการ; แหล่งท่องเที่ยวชุมชน; แบบวิถีความปกติใหม่; องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
ชุมชนแหล่งท่องเที่ยวได้ปรับตัวในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวตามวิถีการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ในรูปแบบของ New Normal ด้วยการให้บริหารจัดการบริการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน โดยมีภาคภาคีเครือยข่ายเป็นกรอบคอยช่วยเหลือ ในการรับสภาพ ที่ยังมีความพร้อมในการบริการชุมชนและนักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวตามบทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าหน่วยงานภาครัฐจะต้องเข้ามากำกับ ดูแลให้เป็นไปในทิศทางของสภาวะการที่จะเกิดขึ้นในรูปแบบการบริหารจัดการแบบวิถีปกติใหม่ของส่วนราชการ
เมื่อสภาวะการระบาดโควิดระบาดหนัก หลังจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมหาสารคามและกาฬสินธุ์ ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดครั้งนี้ และถือว่าได้รับผลกระทบมากเชิงการบริหารจัดการในภาพรวม อันเนื่องมาจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการพึ่งพาภาครัฐและภาคประชาสังคม ที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการแหล่งการท่องเที่ยวในชุมชน ด้วยนวัตกรรมที่พร้อมและยอมรับในกลุ่มเครือข่ายของภาคประชาคม และสถานประกอบการ
ท้องถิ่นเข้มแข็งภายใต้การบริหารจัดการ ด้วยวิถีปกติใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดดยใช้ฐานชุมชนแหล่งท่องเที่ยว เพื่อช่วยเสริมอาชีพให้แก่คนในท้องถิ่น การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น การจ้างงาน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ช่วยให้สภาพแวดล้อมท้องถิ่นดีขึ้น ความไม่ปลอดภัยก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวเที่ยวชมการเดินทางท่องเที่ยวจะช่วยให้เกิดสันติภาพแห่งมวลมนุษย์ ตามหลักวิถีภาคเครือข่ายการบริหารจัดการกันเอง
จากวิธีการบริหารจัดการในภาคการท่องเที่ยวของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นับว่าเป็นภารกิจที่จะต้องรองรับในการปรับตัวปัญหาจากโควิดในรอบนี้ กระทบภาคการท่องเที่ยวชุมชนเป็นอย่างมาก เพื่อเกิดความไว้ในในภาคเครือข่าย ในปี 2563 อีกทั้งการฟื้นตัวของธุรกิจหลังผ่านพ้นช่วงโควิดคงไม่ทั่วถึง และยังมีโจทย์เชิงโครงสร้างการบริหารจัดการของภาครัฐ ซึ่งปัญหาตามมาในด้าน ผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน นักท่องเที่ยว ตลาดชุมชน ล้วนแต่ภายในภารกิจการจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น