กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาฐานทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ 2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมและความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจแรงจูงใจของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ 4) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการตลาดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ใช้วิธีวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพโดยชุมชน ตัวแทนหน่วยงาน ทั้งสิ้น 6 แห่ง และเชิงปริมาณ คือ นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยว 400 ตัวอย่าง จากผลการวิจัยพบว่า จากผลการศึกษาข้อมูลของนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงร้อยละ 72 อายุระหว่าง 51-60 ปี ร้อยละ 36 สถานภาพสมรส ร้อยละ 55 ระดับการศึกษาปริญญาตรี ร้อยละ 49.5 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-15,000 บาท ร้อยละ 48.75 อาชีพ รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานของรัฐ ร้อยละ 36.25 และมีภูมิลำเนาภาคอีสาน ร้อยละ 61.5 พฤติกรรมนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางท่องเที่ยว/เยี่ยมชมสถานที่ ร้อยละ 74.5 มีความถี่ในการเดินทางนานๆครั้ง ร้อยละ 67.5 ลักษณะการเดินทางเดินทางมากับกลุ่มเพื่อน/เพื่อนร่วมงาน ร้อยละ 37.0 มีจำนวนผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้ 3 คน ร้อยละ 29 มีจำแนกตามชนิดของพาหนะที่ท่านใช้ในการเดินทางครั้งนี้รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 37.25 จำแนกตามระยะเวลาที่มาในครั้งนี้น้อยกว่า 2 วัน ร้อยละ 27.25 การเดินทางของท่านมีค่าใช้จ่าย1,001 - 5,000 บาท ร้อยละ 35.75ส่วนใหญ่มีการจำแนกตามทราบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนี้จากสื่อใดอินเตอร์เน็ต/เว็บไซต์/โซเซียลเน็ตเวิร์ค เช่น Facebook, Line, Twitter เป็นต้น ร้อยละ 52.5 สำหรับปัจจัยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่อความตั้งใจกลับมาท่องเที่ยวซ้ำที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.31) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ ความตั้งใจกลับมาอีกในอนาคต อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.43 ) รองลงมาคือ การกลับมาท่องเที่ยวแต่ไปสถานที่ใหม่ อยู่ในระดับปานกลาง ( =4.23) และการกลับมาท่องเที่ยวสถานที่เดิม อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.21) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่อการแนะนำและการบอกต่อที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.37) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ การแนะนำกับเพื่อน/คนรู้จัก อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.49) รองลงมาคือ การแนะนำกับครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง ( =4.18) และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีปัจจัยความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่อความภักดีที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.13) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย คือ มีความภูมิใจในการบอกเล่าประสบการณ์ที่ดี อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.24) รองลงมาคือ มีความประทับใจในการเดินทางมาท่องเที่ยว อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.20) และมีความภักดีต่อการเดินทางมาท่องเที่ยว อยู่ในระดับมาก ( =3.97) รวมทั้งปัจจัยผลักด้านแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ย่านสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรมแบบวิถีความปกติใหม่ในชุมชนจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.52) สำหรับปัจจัยย่อยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ คือ ต้องการได้รับประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่าง อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.52 ) รองลงมาคือ ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มพูนความรู้หรือศึกษาวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก ( =4.14) ถัดมาคือ ต้องการหาความสุขทางใจ เช่น การทำบุญ เป็นต้น อยู่ในระดับปานกลาง ( =3.57) และแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม ที่มีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด คือ ต้องการหาความบันเทิง/ผ่อนคลาย อยู่ในระดับปานกลาง ( =2.88) คำสำคัญ : นวัตกรรมการตลาดการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ย่านสร้างสรรค์ ฐานทุนวัฒนธรรม
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
ชุมชนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยปรับตัวต่อสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน ในรูปแบบของ New Normal ด้วยการให้บริการท่องเที่ยวชุมชนจากบ้าน(community tour from home) ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวชุมชนรูปแบบ New Normal สามารถสืบค้นข้อมูลก่อนเดินทาง พร้อมเพิ่มบริการชุมชนที่สนใจ ยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งระบบจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ วีดีโอชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี, Guide Book, หมู่บ้านท่องเที่ยว, เชิญมาเที่ยวบ้านฉัน และ GIS ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถีไทย นักท่องเที่ยวจะได้ทราบถึงข้อมูลรายละเอียดตามแต่ละพื้นที่ได้อย่างทั่วถึง เช่น ประเภทการท่องเที่ยวในชุมชนที่น่าสนใจ แผนที่ชุมชน วัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ รวมไปถึง สินค้า OTOP ที่ขึ้นชื่อในแต่ละพื้นที่ ระบบ GIS ชุมชนท่องเที่ยวนวัตวิถีไทย นอกจากจะแสดงพิกัดบนแผนที่ชุมชนท่องเที่ยว ยังสามารถดูได้ผ่านมือถือ ชอบบ้านไหนอยากแชร์ให้เพื่อนไปเที่ยวก็สามารถกดแชร์ไปยัง Facebook, Instagram, หรือ email นอกจากจะทราบข้อมูลท่องเที่ยวของชุมชนนั้น ยังสามารถตรวจสอบระยะทางสำหรับเดินทางล่วงหน้า และเยียมชม Facebook หรือ YouTube ชุมชน ก็สามารถกดลิงค์จากระบบ
หลังจากเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ท่องเที่ยวชุมชนมหาสารคามและกาฬสิธุ์ถือว่าได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มีการพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวขณะที่อุปสงค์ของสินค้าและบริการหายไป รายได้ชุมชนหายไป สินค้าคงทน การบริโภคติดลบกว่า 95% ชุมชนท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัดยังไม่มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยี
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
คนในท้องถิ่นได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น จากสาธารณูโภคและสาธารณูปการในแหล่งท่องเที่ยวและบริเวณใกล้เคียง ช่วยเสริยมอาชีพให้แก่คนในท้องถิ่น การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น การจ้างงาน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ช่วยให้สภาพแวดล้อมท้องถิ่นดีขึ้น ถ้าสถานที่ท่องเที่ยวสกปรก เสื่อมโทรม ความไม่ปลอดภัยก็จะไม่มีนักท่องเที่ยวเที่ยวชมการเดินทางท่องเที่ยวจะช่วยให้เกิดสันติภาพแห่งมวลมนุษย์ ดังคำกล่าวที่ว่า “การท่องเที่ยวเป็นหนทางไปสู่สันติภาพ”และการท่องเที่ยวจะช่วยลดปัญหาการอพยพเข้าไปทำงานในเมืองหลวง
ปัญหาจากโควิดในรอบนี้ กระทบภาคการรท่องเที่ยวอย่างมาก ธุรกิจจริงตรงๆ ต่างจากปี 2564 ที่มีจุดกำเนิดจากธุรกิจการเงิน อีกทั้งการฟื้นตัวของธุรกิจหลังผ่านพ้นช่วงโควิดคงไม่ทั่วถึง และยังมีโจทย์เชิงโครงสร้างรออยู่อีกทั้งสังคมสูงอายุ ตลาดผู้บริโภคเล็กลง ปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัญหาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เป็นต้น