การพัฒนาวิถีประชาธิปไตยด้วยกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์แบบประชาธิปไตยฐานคติหุ้นส่วนทางการเมืองในจังหวัดมหาสารคาม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อค้นหารูปแบบเชิงทฤษฎีหุ้นส่วนทางการเมือง (2) เพื่อศึกษากระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์แบบประชาธิปไตยฐานคติหุ้นส่วนทางการเมือง และ (3) เพื่อสร้างและนำเสนอรูปแบบการพัฒนาวิถีประชาธิปไตยด้วยกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์แบบประชาธิปไตยฐานคติหุ้นส่วนทางการเมือง แหล่งข้อมูลการวิจัย ประกอบด้วย (1) เอกสารประเภทแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การพัฒนาวิถีประชาธิปไตย อุดมการณ์แบบประชาธิปไตย และ หุ้นส่วนทางการเมือง (2) กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคคลที่มีประสบการณ์ทางวิชาการ การบริหาร การเมือง ได้แก่ นักวิชาการ ตัวแทนกลุ่มการเมืองในพื้นที่ ตัวแทนผู้นำชุมชนที่มีบทบาทโดดเด่น ตัวแทนปราชญ์ชาวบ้าน ตัวแทนประชาชน จำนวน 50 คน การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีและยกร่างรูปแบบ จากนั้นดำเนินการจัดโครงการสัมมนาทางวิชาการโดยเชิญกลุ่มตัวอย่างร่วมทำการวิพากษ์ร่างรูปแบบ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาแล้วนำเสนอเชิงพรรณนาความ ผลการวิจัยพบว่า 1. การค้นหารูปแบบเชิงทฤษฎีหุ้นส่วนทางการเมือง พบว่า การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาชนถือแนวทางการพัฒนาการเมืองแบบประชาธิปไตยอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ดีหลักแห่งความเป็นเจ้าของในการมีส่วนร่วมทางการเมืองยังไม่ลึกเพียงพอที่จะมีอิทธิพลต่อการแสดงออกทางการเมืองเท่าที่ควร หุ้นส่วนทางการเมืองจึงเป็นประเด็นน่าพิจารณาให้มากขึ้น ทั้งนี้หุ้นส่วนทางการเมือง หมายถึง การที่บุคคลหรือองค์กรได้เข้าร่วมแรงร่วมใจอย่างเป็นเจ้าของดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง จำแนกออกเป็นสองมิติ ได้แก่ (1) หุ้นส่วนทางการเมืองมิติปัจเจกชน เช่น ความรับรู้อย่างเข้าใจการเมือง ความรู้สึกต่อการเมือง ความตระหนักในคุณค่าต่อการเมือง ความรู้สึกเป็นเจ้าของการเมือง รักและหวงแหนรูปแบบการเมือง อุดมการณ์ทางการเมือง พฤติกรรมทางการเมือง อุปนิสัยทางการเมือง เป็นต้น และ (2) หุ้นส่วนทางการเมืองมิติปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและหรือองค์กร เช่น การรับรู้ร่วมทางการเมือง จิตวิทยาร่วมทางการเมือง ความเป็นเจ้าของการเมืองร่วม อุดมการณ์ทางการเมืองร่วม การแสวงหาแนวร่วมทางการเมือง การร่วมตัวทางการเมือง การเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วม การควบรวมเป็นหนึ่งเดียว การกลมกลืนเป็นเอกภาพ การขยายผลแนวร่วมทางการเมือง เป็นต้น 2. กระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์แบบประชาธิปไตยฐานคติหุ้นส่วนทางการเมือง พบว่า อุดมการณ์ทางการเมืองเป็นปัจจัยเงื่อนไขที่มีอิทธิพลสำคัญต่อพฤติกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ทั้งนี้หากประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองสูงมากขึ้นเท่าใดก็ย่อมหมายถึงพัฒนาการทางการเมืองแบบประชาธิปไตยมีมากขึ้นเท่านั้น พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองมีฐานคติมาจากการเห็นคุณค่าการเมืองตลอดจนถึงความรู้สึกเป็นเจ้าของการเมือง ซึ่งเรียกว่า “อุดมการณ์การทางการเมืองฐานคติหุ้นส่วนทางการเมือง” เพื่อนำพาองคาพยพขับเคลื่อนพฤติกรรมทางการเมืองของภาคประชาชนให้เข้าใกล้อุดมคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยให้เป็นไปได้มากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างเสริมอุดมการณ์ทางการเมืองแบบประชาธิปไตยฐานคติหุ้นส่วนทางการเมือง ซึ่งมีแนวทางดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) การพัฒนาที่มุ้งเน้นการพัฒนาปัจเจกบุคคล ได้แก่ แนวทางการจูงใจ เช่น ความตระหนักในคุณค่าของประชาธิปไตย ความตระหนักในวิถีประชาธิปไตย ความตระหนักรับผิดชอบเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความมีวินัยในตนเอง แนวทางการส่งเสริมและสนับสนุน แนวทางการผลักดันหรือการกดดัน เช่น วิถีประชาหรือวิถีชาวบ้าน จารีต กฎหมาย (2) การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อยต่อการพัฒนา ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน โรงเรียน สถาบันศาสนาสถาบันรัฐ สถาบันเอกชน (3) การออกแบบและปฏิรูปโครงสร้างและกลไกของรัฐ ได้แก่ สถาบันนิติบัญญัติ จำเป็นต้องบัญญัติเป็นข้อกฎหมายไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศในประเด็นที่เอื้อต่อวิถีประชาธิปไตย สถาบันบริหาร การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะหรือการจัดบริการสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายสาธารณะที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ประชาธิปไตย และ สถาบันตุลาการ ตุลาการวิวัฒน์จำจำเป็นต้องตัดสินบนพื้นฐานของหลักการทั้งหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐไปพร้อมๆ กัน ศาลต้องผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมอย่างแท้จริง ศาลจะต้องไม่ลำเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ (4) การเข้าร่วมประชาคมระหว่างประเทศ การสร้างแนวทางร่วมระดับภูมิภาคเพื่อให้เกิดแรงสนับสนุนหรือหรือแรงกดดันให้การดำเนินการภายในประเทศเป็นไปในทิศทางแบบสากล จะเป็นการป้องกันกลุ่มบุคคลที่อาจจะแอบอ้างให้เข้าทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารทางอ้อมอย่างหนึ่งได้ 3. รูปแบบการพัฒนาวิถีประชาธิปไตยด้วยกระบวนการเสริมสร้างอุดมการณ์แบบประชาธิปไตยฐานคติหุ้นส่วนทางการเมือง ประกอบด้วย (1) การพัฒนากำหนดนโยบายแห่งรัฐ การแนวนโยบายในลักษณะการสร้างบรรยากาศและการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาประชาธิปไตย กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม รัฐ-บ-ว-ร (รัฐ ครอบครัว ศาสนา และ การศึกษา) การขับเคลื่อนประชาธิปไตยบนฐานทฤษฎีเชิงพหุ ด้วยการสร้างปทัฏสถานทางสังคมที่มีเสถียรภาพ ได้แก่ การกล่อมเกล่าจากสถาบันรัฐ การกล่อมเกล่าจากสถาบันครอบครัว การกล่อมเกล่าจากสถาบันศาสนา การกล่อมเกล่าจากสถาบันการศึกษา (2) การพัฒนาตนเอง ดำเนินการดังต่อไปนี้ พัฒนาความรู้และความเข้าใจ พัฒนาเจตคติ พัฒนาอุดมการณ์ พัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางการเมือง (3) การพัฒนาเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อมุ่งให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของการเมืองร่วมกัน เฝ้าคอยเอาใจใส่ภารกิจของรัฐร่วมกัน และ (4) การเข้าร่วมทำสัญญาประชาคมกับองค์การระหว่างประเทศ โดยมีเป้าหมายมุ่งให้เกิดแรงกดดันและความรับผิดชอบ เช่น สิทธิมนุษยชน การส่งผู้ร้ายข้ามแดน อาชญากรสงคราม คำสำคัญ : หุ้นส่วนทางการเมือง, อุดมการณ์แบบประชาธิปไตย, การพัฒนาวิถีประชาธิปไตย