การส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านการจัดการน้ำเสียในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบางบัวทอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านการจัดการน้ำเสียในเขตองค์การบริหารส่วนต้าบลบางบัวทอง เพื่อศึกษาเพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการน้ำเสีย แนวทางการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการน้ำเสียทุกระดับ ทั้งระดับการรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ระดับการปรึกษาหารือ ระดับการเข้ามาเกี่ยวข้องและระดับการร่วมมือ โดยศึกษาทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ สำหรับการศึกษาเชิงปริมาณ ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการน้ำเสีย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางบัวทอง มีจำนวน 397 คน ใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Taro Yamane ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ยอมรับความผิดพลาดได้ที่ 0.05 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถาม ผลการศึกษาพบว่า ส่วนร่วมเกี่ยวกับการจัดการน้ำเสีย โดยรวม อยู่ในระดับมาก (X=3.58) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า การรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด (X = 3.69) รองลงมา การร่วมมือ (X= 3.66) การเข้ามาเกี่ยวข้อง (X=3.54) การปรึกษาหารือ (X=3.52) การเสริมอำนาจของประชาชน (X=3.49) ตามล้าดับ ซึ่งทั้ง 5 ด้านมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมากสำหรับการศึกษาในเชิงคุณภาพ การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วมการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนต้าบล ผู้นำชุมชน และการเปิดเวทีประชาคมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสมาชิกหมู่บ้าน ผลการศึกษาพบว่า การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนด้านการจัดการน้ำเสียที่สำคัญ คือ 1) การรับทราบข้อมูลจากองค์การบริหารส่วนตำบล ควรมีการประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ข้อมูล การจัดการน้ำเสียในครัวเรือน การมีส่วนร่วมการบ้าบัดน้ำเสียในชุมชน 2) การปรึกษาหารือ สมาชิกชุมชนสามารถที่จะระดมความคิดเห็นแลกเปลี่ยนข้อมูล สภาพปัญหาน้ำเสียที่ต้องได้รับการแก้ไข และการพัฒนาพื้นที่สิ่งแวดล้อมของชุมชน 3) การเข้ามาเกี่ยวข้อง ประชาชนควรมีบทบาทร่วมกับผู้น้าชุมชนในการก้าหนดโครงการ กิจกรรมการบ้าบัดน้ำเสีย 4) การร่วมมือ ประชาชนในชุมชนควรมีบทบาทการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติโครงการและกิจกรรมการบ้าบัดน้ำเสียเพื่อให้บรรลุผล และ 5) การเสริมอำนาจของประชาชน ผู้น้าชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน ประชาชน ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางการจัดการน้ำเสียการพัฒนาพื้นที่ การรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชน ด้วยการตัดสินใจร่วมกัน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมการพึ่งตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และการรับผิดชอบต่อชุมชนของตนเอง เป็นพลังการขับเคลื่อนชุมชนเสริมสร้างความเข้มแข็งการพัฒนาเชิงพื้นที่ ได้อย่างยั่งยืน