การศึกษาผลของวิธีการแปรรูปยอดมันสำปะหลังต่อคุณค่าทางโภชนะและประสิทธิภาพการผลิตน้ำนมของโคนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการแปรรูปโดยกระบวนการหมักที่มีต่อคุณภาพของยอดมันสำปะหลังหมักตลอดจนผลของระดับการเสริมต่อผลผลิตและคุณภาพน้ำนมดิบ โดยแบ่งออกเป็น 2 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1: การศึกษาผลของวิธีการหมักต่อคุณภาพและคุณค่าทางโภชนะของยอดมันสำปะหลัง ใช้แผนการทดลองแบบ 2x7 Factorial arrangement in completely randomized design และมีจำนวนซ้ำ (Replication) 4 ซ้ำ โดยมีปัจจัย (Factor) ที่ศึกษา 2 ปัจจัย คือ ปัจจัย A: การผึ่งลม มี 2 แบบ ได้แก่ a1: ไม่มีการผึ่งลม a2: มีการผึ่งลมก่อน และปัจจัย B: การเติมวัตถุช่วยหมัก มี 7 แบบ ได้แก่ b1: ไม่มีการเติมวัตถุใดๆ b2: เติมหัวมันสดสับ b3: เติมมันเส้นบด b4: เติมกากน้ำตาล b5: เติมหัวมันสดสับ+ยูเรีย b6: เติมมันเส้นบด+ยูเรีย b7: เติมกากน้ำตาล+ยูเรีย ทำการหมักยอดมันสำปะหลังสับ (พันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 อายุประมาณ 10 เดือน) ในถุงพลาสติกสีดำ วัดค่าความชื้น (Moisture) และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของยอดมันสำปะหลังหมัก ที่ระยะเวลา 2, 4, 8 และ 12 สัปดาห์ของการหมัก พบว่า ปัจจัยการผึ่งลม (a1 และ a2) และปัจจัยการเติมวัตถุช่วยหมัก (b1, b2, b3, b4, b5, b6 และ b7) ไม่มีผลกระทบต่อค่าความชื้นของยอดมันสำปะหลังหมัก ในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของการหมัก (P>0.05) และปัจจัยการผึ่งลมไม่มีอิทธิพลต่อค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของยอดมันสำปะหลังหมักทุกช่วงเวลาของการหมักและค่าเฉลี่ยทั้งหมด (P>0.05) ในขณะที่ปัจจัยการเติมวัตถุในการหมัก มีผลต่อค่าความเป็นกรด-ด่างของยอดมันสำปะหลังหมักทุกช่วงเวลาการหมักและเฉลี่ยทั้งหมด (P<0.001) โดยปัจจัยที่มีการเติมแหล่งพลังงานร่วมกับยูเรีย (b5, b6 และ b7) มีผลทำค่าความเป็นกรด-ด่างสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีการเติมวัตถุใดๆ และกลุ่มที่มีการเติมหัวมันสดสับ เติมมันเส้น และเติมกากน้ำตาล (b1, b2, b3 และ b4) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.001) อย่างไรก็ตาม ค่าความเป็นกรด-ด่างของปัจจัย b1, b2, b3 และ b4 มีค่าไม่แตกต่างกัน และอยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการหมักพืชอาหารสัตว์ การทดลองที่ 2: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของระดับการเสริมยอดมันสำปะหลังหมัก 3 ระดับคือ 0, 2 และ 4 กก./ตัว/วัน ในโครีดนม จำนวนทั้งหมด 18 ตัว ของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมกิจการโคนมหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี จำนวน 6 ฟาร์ม โดยวางแผนการทดลองแบบ RCBD พบว่า ปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคทั้งหมดที่โคได้รับจากอาหารมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) เมื่อมีการเสริมยอดมันสำปะหลังหมักในระดับที่สูงขึ้น ในขณะที่ความเข้มข้นของยูเรียในกระแสเลือดมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อมีการเสริมยอดมันสำปะหลังแต่ไม่แตกต่างทางสถิติ (P>0.05) นอกจากนี้ ปริมาณและองค์ประกอบทางเคมีของน้ำนมดิบ ได้แก่ ไขมัน โปรตีน น้ำตาลแลกโต๊ส ของแข็งไม่รวมไขมัน และของแข็งทั้งหมด ของทั้ง 3 กลุ่มไม่มีความแตกต่างทางสถิติ (P>0.05) อย่างไรก็ตาม ระดับสารไธโอไซยาเนทในน้ำนมมีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) และส่งผลทำให้จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.01) ดังนั้น การเสริมยอดมันสำปะหลังหมักในระดับที่สูงขึ้น เป็นการเพิ่มแหล่งโปรตีนคุณภาพดีสำหรับโครีดนม สามารถช่วยรักษาคุณภาพของน้ำนมดิบ และลดการเกิดเต้านมอักเสบในโครีดนมได้