การศึกษาการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ คุณค่าทางโภชนาการ และการขยายพันธุ์รางแดงในสภาพปลอดเชื้อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเจริญเติบโต และการออกฤทธิ์ทางชีวภาพของรางแดง (Ventilago denticulata Willd.) เพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์โดยชุมชนมีส่วนร่วม โดยใช้ กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักวิจัย นักศึกษา และชาวบ้านในต าบลลวงเหนือ อ าเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของต้นรางแดงที่ปลูกในพื้นที่บ้าน ป่าสักงามกับต้นรางแดงที่ปลูกในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เป็นเวลา 6 เดือน พบว่า ต้นรางแดงที่ ปลูกในหมู่บ้านป่าสักงามมีการเจริญเติบโตดีกว่าต้นรางแดงที่ปลูกในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยต้น รางแดงที่ปลูกในหมู่บ้านป่าสักงามจะมีค่าความสูงเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 29.13 เซนติเมตร การแตกใบใหม่ 60.0% การแตกรากใหม่ 26.7% จ านวนใบใหม่เฉลี่ย 40.47 ใบต่อต้น จ านวนกิ่งเฉลี่ย 2.43 กิ่งต่อต้น และจ านวนราก เฉลี่ย 1.37 รากต่อต้น การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากล าต้นและใบรางแดงต่อการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย ก่อโรคทางเดินอาหาร Escherichia coli, Salmonella typhimurium และ Bacillus cereus ด้วยวิธีagar well diffusion พบว่า สารสกัดเอทานอลจากล าต้นรางแดงมีประสิทธิภาพดีที่สุดในการยับยั้งการเจริญของ เชื้อ B. cereus และ S. typhimurium โดยให้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงใสเท่ากับ 19.01 และ 10.10 มิลลิเมตร ตามล าดับ ขณะที่สารสกัดน้ าจากใบรางแดงสามารถยับยั้งเชื้อ E. coli ได้ดีที่สุด โดยมีค่าวงใสการ ยับยั้งเท่ากับ 11.30 มิลลิลิตร และเมื่อทดสอบค่าความเข้มข้นต่ าที่สุดที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย (MIC) และค่าความเข้มข้นต่ าสุดที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (MBC) ของสารสกัดเอทานอลจากล าต้นรางแดงต่อเชื้อ B. cereus พบว่ามีค่า MIC และ MBC เท่ากับ 125 และ 250 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ตามล าดับ การทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดล าต้นและใบรางแดงต่อการยับยั้งการเจริญของเชื้อไวรัสก่อโรค เริม HSV-1 และ HSV-2 โดยท าการทดสอบค่าความเป็นพิษของสารสกัดรางแดงต่อเซลล์เพาะเลี้ยง Vero cells ด้วยวีธี MTT assay พบว่า ค่า CD50 ของสารสกัดเอทานอลและน้ าจากใบรางแดงเท่ากับ 56.1 และ 316.2 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรตามล าดับ ขณะที่ค่า CD50 ของสารสกัดเอทานอลและน้ าจากล าต้นรางแดงมีค่า เท่ากัน คือ 112.02 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร เมื่อน าค่าความเข้มข้นที่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์มาทดสอบการยับยั้งเชื้อ ไวรัสก่อโรคเริม HSV-1 และ HSV-2 ในระยะหลังไวรัสเกาะติดด้วยวิธี plaque reduction assay พบว่า สาร สกัดน้ าของล าต้นรางแดงที่ความเข้มข้นสูงสุดที่ไม่เป็นพิษต่อเซลล์เท่ากับ 78.1 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถ ยับยั้งเชื้อก่อโรคเริม HSV-1 ได้สูงสุด 80.34% ขณะที่สารสกัดเอทานอลจากใบรางแดงที่ความเข้มข้น 39.0 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสก่อโรคเริม HSV-2 ได้สูงสุด 77.16%