การพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าพันธุ์ไทยเชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการพัฒนาระบบการเพาะเลี้ยงไรน้ำนางฟ้าพันธุ์ไทยเชิงพาณิชย์ เพื่อศึกษาผลของช่วงระยะเวลาต่อช่วงระยะเวลาการฟักเป็นตัวและอัตราการฟักไข่ของไรน้ำนางฟ้าพันธุ์ไทย ใช้วิธีการวางแผนการทดลองแบบสุ่มอย่างสมบูรณ์ (CRD) มี 3 ชุดการทดลอง ได้แก่ อบไข่ไรน้ำนางฟ้าพันธุ์ไทย ที่ระยะเวลา 0, 2 และ 4 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส สังเกตทุกชั่วโมงเป็นเวลา 5 วัน ผลการศึกษาช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการฟัก พบว่า ผลของช่วงระยะเวลาการฟัก มีผลต่อการช่วงระยะเวลาการฟักเป็นอย่างมาก โดยไข่ไรน้ำนางฟ้าที่ไม่ได้รับการอบไข่ และช่วงระยะเวลาอบไข่ที่ 4 ชั่วโมงส่งผลให้ช่วงระยะเวลาการฟักไข่ไรน้ำนางฟ้าที่นาน ที่ระยะเวลา 10.40 + 0.07a และ10.45 + 0.64a ชั่วโมง โดยไข่ไรน้ำนางฟ้าที่ได้รับการอบไข่ที่ระยะเวลา 2 ชั่วโมง มีระยะเวลาการฟักไข่ที่ดีที่สุดในระยะเวลา 8.40 + 0.16b ชั่วโมง เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติ มีความแตกต่างกันทางสถิติ ส่วนการศึกษาอัตราการฟักเป็นตัวของไรน้ำนางฟ้าพันธุ์ไทย พบว่า ไข่ไรน้ำนางฟ้าที่ผ่านการอบ มีเปอร์เซ็นต์การฟักสูงกว่าไข่ไรน้ำนางฟ้าที่ไม่ได้อบ มีอัตราฟักเฉลี่ย เท่ากับ 12.33 + 2.89b, 64.00 + 9.17a and 60.33 + 4.49a ตามลำดับ มีความแตกต่างกันทางสถิติ จากผลการศึกษาช่วงระยะเวลาการฟักและอัตราการฟักมีความเหมาะสมที่สุด อยู่ที่ 2 ชั่วโมง ส่วนผลการศึกษาสูตรอาหารที่เหมาะสม พบว่า ไรน้ำนางฟ้าพันธุ์ไทยที่เลี้ยงด้วยชุดการทดลองที่ 2 มีความยาวเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 2.52 เซนติเมตร เมื่อวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่าความยาวเฉลี่ยมีความแตกต่างกันทางสถิติ และ ผลการเจริญเติบโตด้านน้ำหนัก พบว่า ชุดการทดลองที่ 1 ชุดควบคุม มีน้ำหนักเฉลี่ยสูงที่สุด เท่ากับ 4.65 กรัม ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ