การพัฒนาสารช่วยนำส่งยาสู่ลำไส้ใหญ่จากแป้งเมล็ดขนุนต้านทานการย่อย: การเตรียม สมบัติการย่อย และสมบัติเชิงหน้าทื่ทางเภสัชกรรมของแป้งแอลคีนิลซัคซิเนตและแป้งเอสเทอร์ของกรดไขมัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แป้งเมล็ดขนุนซึ่งมีปริมาณแป้งต้านทานการย่อยเริ่มต้นประมาณ 30% ถูกนำมาดัดแปรทางเคมีด้วยปฏิกิริยาเอสเทอริฟิชันด้วยแอลคีนิลซัคซินิคแอนไฮไดร์ด 2 ชนิด คือ ออกทีนิลซัคซินิคแอนไฮไดร์ด (OSA) และโดเดซินิลซัคซินิคแอนไฮไดร์ด (DDSA) และกรดไขมัน 3 ชนิด คือกรดสเตียริค (STA) กรดโอเลอิค (OLA) และกรดไลโนลีนิค (LLA) โดยใช้ปรับเปลี่ยนปริมาณสารทำปฏิกิริยาและระยะเวลาของการทำปฏิกิริยา นำไปศึกษาสมบัติทางเคมีกายภาพ สมบัติเชิงกล และสมบัติเชิงหน้าที่ทางเภสัชกรรมต่างๆ จากนั้นคัดเลือกแป้งดัดแปรที่แสดงสมบัติการต้านทานการย่อยสูงสุดทดสอบการใช้เป็นสารเมทริกซ์ในการกักเก็บตัวยาทดสอบและทดสอบการปลดปล่อยตัวยาในตัวกลางทดสอบ ผลการศึกษาพบว่า แป้งเมล็ดขนุนที่มีปริมาณอะมิโลสร้อยละ 28.6 เมื่อทำปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันจะได้แป้งดัดแปรที่มีค่าระดับการแทนที่อยู่ในช่วง 0.2-0.5 มีค่าปริมาณความชื้นของตัวอย่างเฉลี่ย 10-14% รูปแบบการดูดซับความชื้นจะเป็นแบบ S-shape ภาพถ่าย กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอนแบบส่องกราด แสดงให้เห็นความขรุขระบนผิวแกรนูล ร่วมกับการแตกหักเป็นชิ้นที่มีขนาดเล็กและการเชื่อมติดกันของบางแกรนูล ขณะที่รูปแบบการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์แสดงรูปผลึก A-type ที่ไม่แตกต่างจากแป้งดิบ อุณหภูมิการเกิดเป็นเจลและเอนทาลปีของแป้งดัดแปรมีการเปลี่ยนแปลงไปจากแป้ง การไหลของแป้งดัดแปร OSA และ DDSA ดีกว่าแป้งดิบ แต่การดัดแปรด้วยกรดไขมัน ให้ผลผลิตที่มีการไหลไม่ดี เมื่อคัดเลือกแป้งเมล็ดขนุนดัดแปร JF-STA-5-5, JF-OLA-5-5 และ JF-LLA-5-5 ซึ่งมีปริมาณแป้งต้านทานการย่อยสูงที่สุด (44.8, 44.4 และ 46.1% ตามลำดับ) มาใช้เป็นสารตัวพาในตำรับยาเม็ดที่นำส่งยาสู่ลำไส้ใหญ่ เปรียบเทียบกับแป้งดิบ และแป้งต้านทานการย่อยเชิงพาณิชย์ โดยใช้ 5-aminosalicylic acid เป็นตัวยาทดสอบ และใช้ปริมาณแป้งที่ร้อยละ 30 พบว่า แป้งดัดแปรกลุ่มเอสเทอร์ของกรดไขมัน มีความสามารถในการกักตัวยาไว้ได้ในปริมาณสูงกว่าแป้งดิบและแป้งต้านทานการย่อยเชิงพาณิชย์ โดยแป้ง JF-OLA มีความสามารถสูงสุดในการกักตัวยาที่ 50.29% ในตัวอย่าง L0 และเพิ่มเป็น 65.30% ในตัวอย่าง L1 การทดสอบการปลดปล่อยตัวยาในตัวกลางบัพเฟอร์ pH 6.0 และ 7.2 กับเม็ดยาที่ประกอบด้วยสารประกอบเชิงซ้อนของตัวยากับแป้ง พบว่า สามารถกักเก็บตัวยาไว้ได้สูงสุด 95% และ 87.5% ตามลำดับ ซึ่งแสดงว่าเม็ดยาที่มีแป้งเมล็ดขนุนดัดแปรเป็นส่วนประกอบสามารถเก็บตัวยาไว้ภายในและเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารไปยังลำไส้ใหญ่ได