Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

ความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ในจังหวัดอุบลราชธานี

สายรุ้ง ดินโคกสูง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ในเขตพื้นที่บ้านเกษตรพัฒนา เทศบาลตำบลคำขวาง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1. ศึกษารูปแบบของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ร่วมกับชุมชนเจ้าของพื้นที่ 2. ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ และ 3. นำเสนอแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ที่เหมาะสมสำหรับจังหวัดอุบลราชธานี การศึกษาครั้งนี้ได้ให้คำนิยามการท่องเที่ยวเชิงสุขสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ว่า “การท่องเที่ยวที่เน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยเน้นหลักเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งมีโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบปรับสมดุลด้วยหลัก 8 อ. คือ อิทธิบาท 4 อาหารดี อารมณ์ดี อากาศดี ออกกำลังกายและอิริยาบถ เอนกาย เอาพิษออก” ผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณในการสำรวจความต้องการด้านอุปสงค์และใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในการค้นหาศักยภาพของพื้นที่(อุปทาน) ผลการศึกษาด้านอุปสงค์พบว่ากลุ่มตัวอย่างซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (ร้อยละ 60) มีอายุเฉลี่ยระหว่าง 18-40 ปี (ร้อยละ 72.1) มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 10,000 – 29,999 บาท (ร้อยละ 62.5) การศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี (ร้อยละ 68.9) นั้น ในภาพรวมมีความต้องการผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.22, S.D. = 1.14) โดยกลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในด้านต่าง ๆ เมื่อเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ต้องการที่พักที่สะอาดและสงบแวดล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติต่าง ๆ (ค่าเฉลี่ย = 3.77, S.D. = 1.05) ต้องการรับประทานอาหารปลอดสารพิษ (ค่าเฉลี่ย = 3.66, S.D. = 1.02) ต้องการชมภาพยนตร์หรือรายการทีวีที่เน้นด้านความบันเทิงใจ เช่น รายการตลกขำขัน (ค่าเฉลี่ย = 3.64, S.D. = 1.05) ต้องการฟังเพลงบรรเลงเบา ๆ เพื่อการผ่อนคลาย (ค่าเฉลี่ย = 3.61, S.D. = 1.09) ต้องการมีที่พักที่พร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่าง ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น (เช่น รูปแบบการพักแบบโรงแรม รีสอร์ต หรือ เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์) (ค่าเฉลี่ย = 3.61, S.D. = 1.08) ต้องการมีที่พักที่พอเหมาะแก่การทำกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพฯ ในรูปแบบของความพอเพียง (เช่น รูปแบบการพักแบบโฮมสเตย์ สถานบริการพยาบาล ศาสนสถาน) (ค่าเฉลี่ย =3.58, S.D. = 1.08) ต้องการควบคุมอาหารบางประเภทที่อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพ (ค่าเฉลี่ย = 3.57, S.D. = 1.02) และต้องการควบคุมการดื่มเครื่องดื่มบางประเภทที่อาจส่งผลร้ายต่อสุขภาพ (ค่าเฉลี่ย = 3.56, S.D. = 2.17) ส่วนความต้องการด้านผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น การทำกิจกรรมด้านกีฬา การนอนหลับพักผ่อน การล้างพิษ การปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับด้านการศาสนานั้นล้วนมีความสำคัญอยู่ในระดับปานกลางทั้งสิ้น และเป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับความต้องการรำมวยจีน/ไท้เก็ก อยู่ในระดับน้อย (ค่าเฉลี่ย = 2.42, S.D. = 1.23) ผลการศึกษาด้านอุปทานพบว่าภายในชุมชนมีผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่สามารถนำมาจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวได้ครบตามแนวทางหลัก 8 อ. อันได้แก่ อิทธิบาท 4 อาหารดี อารมณ์ดี อากาศดี ออกกำลังกายและอิริยาบถ เอนกาย เอาพิษภัยออก ที่สามารถนำมาจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับอุปสงค์ ซึ่งสามารถจัดได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) แบบเช้าไปเย็นกลับ 2) แบบ 2 วัน 1 คืน และ 3) แบบ 3 วัน 2 คืน โดยมีต้นทุนค่าอาหารต่อนักท่องเที่ยว 1 คน ที่จำนวน 80 บาทต่อมื้อ และที่พักควรมีราคาอยู่ที่ 500 บาทต่อคืนต่อนักท่องเที่ยว 1 คน ผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ ด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยว พบว่า ตำบลคำขวางเป็นชุมชนที่มีศักยภาพด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากพบว่า 1. ชุมชนเป็นแหล่งผลิตอาหารอินทรีย์ 2. ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการดูแลสุขภาพโดยใช้ธรรมชาติบำบัด ซึ่งเน้นการออกกำลังกายและดูแลเรื่องการรับประทานอาหารแทนการใช้ยาในการดูแลสุขภาพ 3. ชุมชนเป็นที่ตั้งของวัดป่าเกษตร ซึ่งเป็นวัดสาขาที่ 46 ของวัดหนองป่าพง สามารถสร้างกิจกรรมการท่องโดยเพิ่มกิจกรรมการตักบาตรตอนเช้า อีกทั้งวัดยังสามารถเป็นจุดแวะพักตามเส้นทางจักรยาน โดยภายในวัดยังพบปูชนียวัตถุและวัตถุโบราณ ได้แก่พระพุทธรูป 5 องค์ ศาลาการเปรียญ และพระพุทธรูปปางประทานพร อีกด้วย 4. ชุมชนเป็นแหล่งปลูกไม้ดอก ในพื้นที่หมู่ 9 (บ้านพ่อโจ) เพื่อส่งจำหน่ายตามร้านดอกไม้ทั้งในและนอกจังหวัดอุบลราชธานี 5. ชุมชนเป็นที่ตั้งของวัดบ้านเกษตรพัฒนาเหนือที่ภายในอุโบสถพบปูชนียวัตถุและวัตถุโบราณที่สำคัญได้แก่ พระพุทธรูป 6 องค์ เมื่อได้ทดลองจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยการนำนักท่องเที่ยวสมมติลงไปทดลองเที่ยว พบข้อเสนอแนะที่สำคัญเพื่อนำมาพัฒนาในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1.ด้านอาหาร อาหารเช้ามีความเหมาะสมแล้วแต่ควรเพิ่มรายละเอียดด้านปริมาณแคลลอรี่ของอาหารที่ได้รับต่อ 1 มื้อ ชุมชนควรมีเรื่องเล่าของอาหารเพื่อสร้างจุดขายให้อาหารมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ควรใช้อาหารท้องถิ่นทั้งหมด อาหารไม่ควรมีรสเค็มเกินไป ควรเพิ่มความหลากหลายของเมนูน้ำสมุนไพร ควรเพิ่มจำนวนพืชผักสวนครัวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น 2. ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว ควรมีกิจกรรมทางเลือกอื่นให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ถนัดหรือนับถือศาสนาอื่น พนักงานต้อนรับยังขาดทักษะ ควรปรับปรุงเรื่องการประสานงานของชุมชน ควรมีป้ายบอกทางภายในชุมชน กิจกรรมหลังตื่นนอนตอนเช้าควรเป็นแบบทางเลือก ควรระบุเวลาของกิจกรรมให้ชัดเจน ควรเพิ่มเวลาในการผ่อนคลาย ไม่ควรจัดโปรแกรมแน่นเกินไป ควรปรับปรุงกิจกรรมการปั่นจักรยานชมแหล่งท่องเที่ยว 3. ด้านที่พัก ราคาที่พักไม่ควรเกิน 500 บาทต่อคืนต่อคน ที่นอนควรเป็นที่นอนชนิดนอนหนึ่งคนต่อหนึ่งผืน กล่าวโดยสรุปชุมชนในพื้นที่เทศบาลตำบลคำขวางอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ของจังหวัดอุบลราชธานีได้ ทั้งนี้การจัดการท่องเที่ยวของตำบลคำขวางนั้นสามารถนำทรัพยากรที่มีประกอบการกำหนดกิจกรรมการท่องเที่ยวในแต่ละทริปได้หลากหลายโดยมีปัจจัยที่นำมาพิจารณาในการจัดรูปแบบ ดังนี้ 1. จำนวนนักท่องเที่ยว 2. ระยะเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวในชุมชน 3. ฤดูกาล (มีผลต่อวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารสุขภาพ) ทั้งนี้พบว่าชุมชนยังมีข้อจำกัดที่สำคัญในการด้านการจัดการท่องเที่ยว ดังนี้ 1. ชุมชนยังขาดความเข้มแข็งอันอาจมีสาเหตุจากการเป็นชุมชนกึ่งเมืองซึ่งมีรูปแบบวิถีชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่มากกว่าชุมชนชนบท ดังนี้ความสัมพันธ์ของสมาชิกในชุมชนจึงยังไม่มีความเหนียวแน่นซึ่งข้อจำกัดนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อความยั่งยืนในการพัฒนา 2. บุคคลที่เป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในชุมชนมีงานประจำซึ่งบางครั้งมีข้อจำกัดด้านเวลาทำให้กระบวนการกลุ่มดำเนินไปได้ค่อนข้างยากเพราะหากแกนนำติดภารกิจงานประจำก็ไม่สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวเนื่องจากไม่มีผู้ทำหน้าที่แทนได้ คำสำคัญ : การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บ้านเกษตรพัฒนา

คำสำคัญ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพการดูแลสุขภาพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงการแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความเป็นไปได้ในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือกอย่างสร้างสรรค์ในจังหวัดอุบลราชธานี : กรณีศึกษาบ้านเกษตรพัฒนา ตำบลคำขวาง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

สายรุ้ง ดินโคกสูง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2559

การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวและการจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยวสำเร็จรูปในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชนมีส่วนร่วมกรณีศึกษาการดูแลสุขภาพแบบล้านนาในพื้นที่จังหวัดลำปาง

ไพริน เวชธัญญะกุล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2563

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมแบบมีส่วนร่วมของชุมชน รอบอุทยานบึงบัว จังหวัดอุบลราชธานี

วราทิพย์ แก่นการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2561

การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบมีส่วนร่วมโดยชุมชนบนพื้นฐานสามธรรม: ธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม

นันท์ปพร สิทธิยา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บ้านถ่อนใหญ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี พ.ศ. 2552

นางกิตติยาภรณ์ โชคสวัสดิ์ภิญโญ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2552

การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดมหาสารคาม

นริศรา คำสิงห์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2563

ความสอดคล้องของกิจกรรมการสร้างเสริมสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กรณีศึกษา ตำบลน้ำเกี๋ยน อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน

เกษร สำเภาทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562

ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดมหาสารคาม สู่การเป็นเมืองสมุนไพร (Herbal City)

ปฏิมาศ นิตยาชิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2563

การศึกษาศักยภาพทรัพยากรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์)

นางสาวเพชรศรี นนท์ศิริ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พ.ศ. 2562

การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดนครศรีธรรมราช

วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ พ.ศ. 2562