การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บ้านถ่อนใหญ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี พ.ศ. 2552
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อ(1) พัฒนา แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประกอบด้วย การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสมุนไพร การเพาะพันธุ์พืชสมุนไพรสำหรับขยายพันธุ์ และการเพาะพันธุ์พืชสมุนไพรในกลุ่มว่านประเภทต่างๆ (2) เพื่อพัฒนาอาชีพในชุมชนด้วยการแปรรูปสมุนไพร และ(3) เพื่อพัฒนาศูนย์พัฒนาสุขภาพจิต ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ และใช้แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยงเชิงสุขภาพมีค่าความเที่ยง 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพรรณนาได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย และทำการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบดังนี้ ผู้ให้ข้อมูลหรือกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ได้รับการคัดเลือกแบบอาสาสมัคร จำนวน 35 คน เป็นชาย 21 คน (ร้อยละ 60) และหญิง14 คน (ร้อยละ 40) อายุต่ำสุดคือ 34 ปี สูงสุดคือ 64 ปี ส่วนใหญ่มีอายุ(ฐานนิยม)ระหว่าง 35-45 ปีเฉลี่ย 45.68 ปี มีระดับการศึกษาสูงสุดในช่วงประถมศึกษาจำนวน 27 คน (ร้อยละ 77.14) มัธยมศึกษา จำนวน 3 คน (ร้อยละ 8.57) ปวช/ปวส จำนวน 3 คน(ร้อยละ 8.57) และระดับปริญญาตรี 2 คน (ร้อยละ 5.71) ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม จำนวน 29 คน (ร้อยละ 82.85) รองลงมาคือ รับจ้าง 3 คน (ร้อยละ 8.57) รับราชการ 2 คน (ร้อยละ 5.71) และพระภิกษุ 1 รูป (ร้อยละ 2.66) มีรายได้ต่ำสุด 3,000 บาท และสูงสุด 20,000 บาท ส่วนใหญ่(ฐานนิยม) มีรายได้ 5,000 บาท เฉลี่ย 6,442.86 บาท ทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ (ร้อยละ100) จากการสอบถามความคิดเห็นต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยงเชิงสุขภาพ ทั้งหมดแสดงความคิดเห็นแบบเห็นด้วย (ร้อยละ100) ในระยะก่อนปฏิบัติการ ทำการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเป็นไปได้ เพราะมีจุดแข็งคือสถานที่เป็นที่วัดซึ่งมีคนมาทำบุญอยู่แล้ว เมื่อพัฒนาสถานที่ให้คนได้เรียนรู้ธรรมชาติและได้ปฏิบัติธรรมจะเป็นการดึงดูดคนมาท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมากขึ้น ส่วนจุดอ่อนคือการขาดงบประมาณที่จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนโอกาสในการพัฒนาคือโครงการได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพลังจิตตานุภาพในการพัฒนาศูนย์พัฒนาสุขภาพจิต ส่วนภาวะคุกคามคือการมีสภาพภูมิอากาศแห้งแล้ง ขาดแหล่งน้ำในการดูแลพืชสมุนไพร การปฏิบัติการในระยะที่สอง ทำการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในด้านการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสมุนไพร เกิดผลด้วยการพัฒนาสถานที่เพาะปลูกพืชสมุนไพรที่หลากหลายชนิด เพื่อให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ด้วยตนเอง จากนั้นมีการนำพืชสมุนไพรมาแปรรูปด้วยการทำลูกประคบ น้ำยาเหลือง และยาหม่อง ค เพื่อจำหน่ายให้ผู้มาทำบุญหรือมาท่องเที่ยว ส่วนการพัฒนาศูนย์พัฒนาสุขภาพจิต พบว่ามีผู้ให้ความสนใจมาศึกษาหลักสูตรปฏิบัติธรรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว จากการประเมินผลพบว่าผู้ให้ข้อมูลที่มาปฏิบัติธรรมส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นหลักสูตรที่ดีมาก สามารถปฏิบัติได้ทุกเพศทุกวัย จากการสำรวจความพึงพอใจต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพพบว่าผู้ให้ข้อมูลจาก 50 ครัวเรือนในชุมชน มีความพึงพอใจต่อผลเชิงบวกในระดับมาก ส่วนความคิดเห็นต่อผลกระทบเชิงลบอยู่ในระดับน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความพึงพอใจกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เกิดขึ้นในชุมชน