กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1 เพื่อศึกษาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดสระแก้ว 2 เพื่อศึกษาแนวทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงของจังหวัดสระแก้ว และ 3 เพื่อพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงของจังหวัดสระแก้ว โดยมีการเก็บข้อมูลกับผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 17 คน ที่ทำการเลือกแบบเจาะจงและแบบก้อนหิมะ และกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 370 คน ที่ทำการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์จำนวน 3 ฉบับ ที่มีค่าความสอดคล้องที่ 0.97, 0.93 และ 0.93 ร่วมกับแบบสอบถามที่มีค่าความสอดคล้องที่ 0.90 และมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.88 โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และใช้สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัย พบว่า 1 ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดสระแก้ว พบว่า จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของจังหวัดสระแก้วนั้นมีหลายประการ เช่น การมีโรงพยาบาลที่ให้บริการเกี่ยวกับเรื่องการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยังไม่ชัดเจน นักท่องเที่ยวได้มีการให้ความสำคัญของการรักษาสุขภาพมากขึ้น และสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีทำให้นักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อย ซึ่งสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้จังหวัดสระแก้วมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแบบครบวงจรและเข้มแข็งในอนาคตนั้นก็มีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การมีแผนหรือแนวทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดสระแก้วที่ชัดเจน และการส่งเสริมแพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก โดยแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสระแก้วที่สามารถพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประกอบด้วย โรงพยาบาลวังน้ำเย็น โครงการทับทิมสยาม 05 อุทยานแห่งชาติปางสีดา โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยวัฒนานคร รอยยิ้มบ้านดิน และบ้านคลองอาราง 2 แนวทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงของจังหวัดสระแก้ว พบว่า จังหวัดสระแก้วควรมีการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามรายละเอียดของการวางแผนธุรกิจ ห่วงโซ่แห่งคุณค่า การตลาดแบบดิจิทัล และหลักเส้นทางของผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับมิติที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอย่างครบถ้วน 3.รูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงของจังหวัดสระแก้วมีความเหมาะสม/ความเป็นไปได้ในการนำไปสู่การปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก (x? = 4.14, S.D. = 0.57) สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
.การเกิดกระบวนการทำงานร่วมกันกับบุคลากรสังกัดหน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) เกี่ยวกับการสร้างการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงในจังหวัดสระแก้วและผู้สนใจตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่ปฎิบัติได้จริง
จังหวัดสระแก้วได้มีการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับการส่งเสริมและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพียงแต่งยังไม่ได้มีความชัดเจนในรายละเอียดและกระบวนการทำงานที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูง.
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness
.บุคลากรสังกัดหน่วยงานที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) เกี่ยวกับการสร้างการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงในจังหวัดสระแก้วเกิดการยอมรับและนำกระบวนการทำงานร่วมกันในการการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเสริมสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการเพิ่มการบริการมูลค่าสูงในจังหวัดสระแก้วไปปฎิบัติจริง.
.มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผู้วิจัยเป็นบุคลากรที่สัดกัดอยู่นั้น ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงและความร่วมมือในการพัฒนากับทางจังหวัดสระแก้วอย่างเป็นรูปธรรม โดยที่ผ่านมาผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษาได้มีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันกับทางจังหวัดสระแก้วหลายกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เข้าใจปัญหาหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสระแก้ว