Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2563

การพัฒนาเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้ว

วิมล ปั้นคง สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2563

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของงานศึกษาประกอบด้วย 1) เพื่อศึกษาบริบทด้านการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้ว 2) เพื่อวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมด้านการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้วและประเทศเพื่อนบ้าน 3) เพื่อเสนอแนะกรอบแนวคิดการพัฒนาเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้วและประเทศเพื่อนบ้านและ 4) เพื่อนำองค์ความรู้จากการศึกษาวิจัยมาประกอบการฝึกอบรม ประชุม และสัมมนาของสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนาขอบเขตและวิธีการศึกษาประกอบด้วย 1) ศึกษาและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ตามกรอบการนิยามของ UNCTAD และหน่วยงานภาครัฐของไทย รวมถึงศึกษาวิเคราะห์นโยบายของภาครัฐ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีและพหุภาคี 2) ศึกษาวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่เพื่อเข้าใจถึงระดับความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นในเครือข่าย 3) ศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้วให้สามารถยกระดับเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าผ่านแดน เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพของเครือข่ายอันประกอบด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน เช่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม กลุ่มองค์กรความร่วมมือต่าง ๆ และศึกษาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชาทั้งในระดับรัฐ-รัฐ และเอกชน-เอกชน 4) ศึกษาวิเคราะห์แนวทางการยกระดับมูลค่าการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ การวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิด Stan Shih’s Smiling Curve เพื่อสร้างความเข้าใจถึงกระบวนการเพิ่มมูลค่าตลอดห่วงโซ่คุณค่า ได้แก่ การวิจัยและการพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างตราสินค้า การผลิต การวางตลาดการกระจายสินค้า การจำหน่าย และการบริการหลังการขาย 5) ศึกษาวิเคราะห์การพัฒนาความร่วมมือและเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้ว โดยเสนอแนะแนวทางการพัฒนาบทบาทของรัฐ และเสนอแนะแนวทางการพัฒนาเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์สำหรับชุมชนและภาคเอกชน พร้อมนำเสนอกรณีศึกษาตัวอย่างสินค้าเชิงสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพในจังหวัดสระแก้ว 6) สำรวจ เก็บข้อมูลภาคสนาม และสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่ผู้ประกอบการระดับฐานราก วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ฯลฯ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในเครือข่าย และ 7) ร่วมนำเสนอผลการศึกษาวิจัยในการสัมมนาเผยแพร่รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อสาธารณะเพื่อสร้างการรับรู้และนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งการใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษานี้ต่อกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ คือ 1) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การพัฒนาวิสาหกิจ การพัฒนาเครือข่ายการค้า รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายการพัฒนาประเทศ และนโยบายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงวิเคราะห์และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและใช้ประกอบการดำเนินงาน 2) หน่วยงานภาคเอกชนสามารถใช้ข้อมูลประกอบการพัฒนาเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์และกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะยาวให้มีประสิทธิผลและยั่งยืน 3) ได้รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ที่นำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และ 4) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนาสามารถองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ประกอบหลักสูตรการฝึกอบรมของสถาบันการศึกษาใช้วิธีการวิเคราะห์จาก 1) การวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า ตามแนวคิดของ Michael E. Porter (1985) 2) เครือข่ายทางสังคมในระบบนิเวศธุรกิจ และ 3) การวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าเพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่ม ประยุกต์จาก Stan Shih’s Smiling Curveจังหวัดสระแก้วเป็นพื้นที่ในการเพาะปลูกทั้ง ข้าว พืชไร่ อย่างไรก็ตาม ยังมีผลผลิตทางการเกษตรประเภทสมุนไพรที่นำไปเป็นวัตถุดิบเพื่อการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น และใช้ในสถานบริการด้านการพยาบาล สถานเสริมความงาม รวมถึงยังผลิตภัณฑ์ที่สามารถสนับสนุนการเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยในการเพาะปลูกสามารถทำได้โดยง่าย ใช้พื้นที่ไม่มาก และสามารถทำควบคู่ไปกับการปลูกพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ สภาพอากาศของจังหวัดสระแก้วทำให้ปลูกสมุนไพรได้คุณภาพดีมาก มีผู้ประกอบการบางส่วนปลูกสมุนไพรส่งให้กับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและบางส่วนนำมาแปรรูปเอง ในกรณีของกลุ่มผลิตสมุนไพรที่เป็นตัวอย่าง คือ กลุ่มสมุนไพรทับทิมสยาม สามารถถอดบทเรียนที่สำคัญ คือ กลุ่มการผลิตสมุนไพรมีรูปแบบเป็นการรวมกลุ่มผลิตสมุนไพร โดยเป็นการปลูกแบบอินทรีย์ แต่ยังไม่ได้การรับรองทั้งกระบวนการ มีประเภทของสมุนไพรสด เช่น ไพล ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร ในการผลิตเป็นการผลิตขั้นกลาง คือ การปลูกและการแปรรูป เช่น การอบแห้ง เพื่อส่งให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรการวิเคราะห์แนวทางการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า ตามแนวคิดของ Michael E. Porter (1985) ของการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อแปรรูปเป็นสินค้าที่สร้างสรรค์ เช่น ยาแผนโบราณ ยาบำรุง เครื่องสำอาง ฯลฯ โดยรูปแบบของการดำเนินการตามห่วงโซ่อุปทาน ประกอบด้วยองค์ประกอบสี่ส่วน คือ 1) กิจกรรมการจัดหาวัตถุดิบ เป็นกระบวนการปลูกสมุนไพร โดยเป็นการปลูกแบบอินทรีย์ แต่ยังไม่ได้การรับรองทั้งกระบวนการ มีประเภทของสมุนไพรสด เช่น ไพล ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร 2) กิจกรรมการแปรรูปสินค้า การอบแห้งในกระบวนการผลิต กลุ่มมีการยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้น เช่น มีการสร้างโรงอบพลังแสงอาทิตย์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการ เพื่อให้รักษาผลผลิตได้นานขึ้น 3) กิจกรรมการจัดจำหน่าย เป็นการจำหน่ายเพื่อส่งให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กลุ่มมีการขายหน้าร้านและออนไลน์ (Siam Herb) ในสินค้าแปรรูปของตนเอง เช่น scrub สมุนไพร ซึ่งสามารถส่งต่อในห่วงโซ่อุปทานของการบริการท่องเที่ยว เช่น สปา การนวดแผนไทย เป็นต้น นอกจากนี้ กลุ่มยังมีแนวคิดในการพัฒนาหมู่บ้านเพื่อให้เป็น Home Stay และต่อยอดจากผลิตภัณฑ์ที่ตนเองมีอยู่ และเป็นการต่อห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสมุนไพรที่เป็นวัตถุดิบไปสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้อีกระดับหนึ่ง 4) กิจกรรมสนับสนุน ได้แก่ การบริหารจัดการกระจายงานของกลุ่ม การจัดการด้านการเงินและบัญชี การจัดสรรผลประโยชน์ และการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มอื่น ๆปัญหาของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตสมุนไพร เป็นปัญหาเดียวกับการปลูกผลผลิตทางการเกษตร คือปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ สมุนไพรบางชนิดที่ต้องใช้น้ำในการเพาะปลูก เช่น ฟ้าทะลายโจร หากได้รับน้ำไม่เพียงพอจะได้ผลผลิตน้อยกว่าที่ควร ปัญหาที่สองคือการดูแลจัดการแปลงที่อาจมีสารอนินทรีย์ตกค้าง เมื่อส่งไปที่โรงพยาบาลก็อาจมีปัญหาในเรื่องเงื่อนไขของคุณภาพสมุนไพร การมีหน่วยงานรัฐที่เข้าไปทำโครงการแต่อาจไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนเพิ่มให้กับกลุ่มภายหลังโครงการสิ้นสุดซึ่งมีปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดที่หลากหลายในประเด็นนี้เมื่อวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมในระบบนิเวศธุรกิจที่เกิดขึ้นในการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อแปรรูปเป็นยาแผนโบราณ ยาบำรุง เครื่องสำอาง จังหวัดสระแก้ว ในปัจจุบัน สามารถระบุองค์กรและความสัมพันธ์ในเครือข่ายทางสังคมในระบบนิเวศธุรกิจ ที่สำคัญในการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อแปรรูปเป็นยาแผนโบราณ ยาบำรุง เครื่องสำอาง ได้ดังนี้ 1) ธุรกิจหลัก ประกอบด้วยหุ้นส่วนหลักคือชาวบ้าน เป็นการรวมกลุ่มของครอบครัว เพื่อน คนคุ้นเคย เพื่อนบ้าน ในระดับหมู่บ้าน มีความสัมพันธ์แบบทางการระหว่างกลุ่มวิสาหกิจกับสมาชิกในรูปแบบของการทำสัญญารวมทั้งการปันผลกำไรร่วมกัน โดยกลุ่มวิสาหกิจมีช่องทางกระจายสินค้าหลักคือโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรผ่านการทำสัญญากับมูลนิธิโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีการขายหน้าร้านและออนไลน์ในสินค้าแปรรูปของตนเอง ทั้งนี้ทางกลุ่มวิสาหกิจไม่ได้มีความสัมพันธ์หลักกับซัพพลายเออร์เนื่องจากเป็นการปลูกสมุนไพรเองในพื้นที่ 2) องค์กรขยายผล ประกอบด้วยกลุ่มสมุนไพรอื่น พบว่ามีการสร้างเครือข่ายกับกลุ่มวิสาหกิจอื่นที่ทำสัญญากับมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเช่นเดียวกัน เช่น กลุ่มบ้านดงบัง เป็นต้น เพื่อแก้ปัญหากรณีมีสัญญาส่งแล้วผลผลิตไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์กับลูกค้าในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้ง สปา นวดแผนไทย และสถานเสริมความงาม และ 3) ระบบนิเวศ ประกอบด้วยหน่วยงานราชการ มีขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการในรูปแบบของโครงการ ยกตัวอย่างเช่น โครงการสร้างโรงอบพลังแสงอาทิตย์เพื่อแปรรูปและรักษาผลผลิต ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ พบว่า สินค้าในกลุ่มนี้อาจยังไม่ได้สร้างเครือข่ายที่จะนำสินค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ และระบบการบริหารจัดการด้านการตลาดด้วยเครือข่ายในระดับต่างประเทศอาจจะยังไม่สามารถเกิดขึ้นในช่วงเวลาระยะสั้น การประยุกต์แนวทางการยกระดับมูลค่าการผลิตสมุนไพรโดยการวิเคราะห์ตามกรอบแนวคิด Stan Shih’s Smiling Curve การยกระดับมูลค่าของสินค้าที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร อาจอยู่ที่ 2 กลุ่ม คือ 1) การที่ยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์โดยตรง การยกระดับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยตรงอาจต้องอาศัยการปรับปรุงพันธุ์พืช การใช้กระบวนการเพาะปลูกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในกรณีนี้เป็นการใช้ระบบการกำกับตามสัญญาเพื่อให้เกษตรกรใช้การปลูกพืชแบบอินทรีย์ เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและนำไปใช้ต่อในกระบวนการผลิตยา ของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และระบบสัญญายังถูกประยุกต์ใช้ไปในการกำกับการส่งผลผลิตของสมาชิกในกลุ่ม ทำให้การรวมกลุ่มไม่เกิดการขัดแย้งเพราะสัญญามีการระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน ทำให้ระบบความสัมพันธ์ของสมาชิกกับกลุ่ม และความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มกับเครือข่ายอื่น ๆ และกลุ่มกับผู้รับซื้อผลผลิตเป็นไปอย่างชัดเจน และ 2) การยกระดับของเครือข่ายในการผลิต ซึ่งรูปแบบของการผลิตสินค้าการเกษตร การยกระดับผลิตภัณฑ์โดยตรงทำได้ยากโดยเฉพาะการผลิตที่ไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ เมื่อสัญญารับซื้อผลผลิตระหว่างโรงพยาบาลและกลุ่มวิสาหกิจการเกษตรสมุนไพรกลุ่มต่าง ๆ มีความเป็นมาตรฐาน ทั้งในด้านคุณภาพและราคา ทำให้กลุ่มวิสาหกิจสามารถเชื่อมโยงการผลิตและใช้เป็นช่องทางในการจัดการอุปสงค์และอุปทานส่วนเกินระหว่างกลุ่มได้ ซึ่งทำให้การบริหารจัดการผลผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาเครือข่ายการค้าสินค้าเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้ว 1) การใช้กลไกของจังหวัดในการมีส่วนร่วม โดยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนของจังหวัดในการจัดทำยุทธศาสตร์ที่ของจังหวัดที่มีกลยุทธ์ในการส่งเสริมสินค้าที่มีความสร้างสรรค์ของจังหวัด เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง มีหน่วยผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน มีงบประมาณในการดำเนินการ และมีกระบวนการติดตามประเมินผล ทั้งนี้ การดำเนินการอาจให้มีการใช้งบบูรณาการของจังหวัดเพื่อให้เป็นกลไกขับเคลื่อนที่รวดเร็ว และใช้ความสามารถของหน่วยงานส่วนภูมิภาคในการเป็นกลไกในการทำงานซึ่งเป็นส่วนเสริมให้ภารกิจของหน่วยงานประสบความสำเร็จ 2) เนื่องจากจังหวัดสระแก้ว เป็นหนึ่งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ดังนั้นภาครัฐจึงต้องหาวิธีส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้ามาในพื้นที่ เพื่อขยายขนาดของการผลิตสินค้าสร้างสรรค์ และการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากรัฐบาลในด้านภาษี จังหวัดอาจต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ เช่น สิทธิในการใช้แรงงานต่างด้าวแบบฤดูกาล หรือ การอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งกิจการ เป็นต้น 3) การสำรวจตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา) ในด้านความต้องการสินค้าสร้างสรรค์ กลุ่มลูกค้า คู่แข่งขัน รูปแบบสินค้าที่ต้องการ ราคาของสินค้าคู่แข่ง เพื่อให้เครือข่ายสินค้าสร้างสรรค์ได้เห็นช่องทางในการขยายตลาดสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ รวมถึงการเสาะหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อใช้ในการบริหารจัดการวัตถุดิบและต้นทุนวัตถุดิบของสินค้าเชิงสร้างสรรค์ 4) ภาครัฐ เอกชน หน่วยงานภาคประชาสังคม (รวมถึงผู้ประกอบการ) และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ควรมีการร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลเครือข่ายทางการค้าเชิงสร้างสรรค์ ของจังหวัดทั้งในด้านของรูปแบบสินค้า การเป็นห่วงโซ่อุปทานของแต่ละกลุ่มสินค้า ความสามารถในการผลิต เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลให้กับผู้เข้ามาติดต่อเพื่อการค้าขายของจังหวัดไม่ว่าจะเป็นการค้าชายแดน หรือ การค้าที่เกิดจากผู้ค้าภายในจังหวัดและภายในประเทศ 5) การสร้างความเชื่อมโยงของสินค้าและบริการเชิงสร้างสรรค์ แบบครบวงจร กล่าวคือ เมื่อหน่วยงานทั้งหมดมีฐานข้อมูลความเชื่อมโยงของสินค้าสร้างสรรค์ของจังหวัด จะสามารถประเมินความเชื่อมโยง ศักยภาพของห่วงโซ่อุปทาน และสามารถเห็นช่องว่างของการดำเนินการ และสามารถปิดช่องว่างด้วยมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน นำมาซึ่งการยกระดับการพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายสินค้าสร้างสรรค์ 6) การส่งเสริมให้มีการยกระดับสินค้าสร้างสรรค์ของจังหวัดให้ผ่านกระบวนการรับรองที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อพื้นที่ เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้าสร้างสรรค์ของจังหวัด และทำให้ผู้ซื้อสินค้าเกิดการบอกต่อถึงในความจำเพาะเจาะจงของสินค้า สำหรับจังหวัดสระแก้ว เป็นจังหวัดที่อิงกับผลผลิตทางการเกษตรและผลผลิตการเกษตรแปรรูป ดังนั้นความจำเพาะเจาะจงในแหล่งผลิตสินค้าอาจเกิดจากระบบ GI และการรับรองคุณภาพการเกษตร เช่น เกษตรปลอดสารพิษ และพัฒนาสู่เกษตรอินทรีย์ การรับรองมาตรฐานการเกษตรในระดับต่าง ๆ เป็นต้น 7) การยกระดับสินค้าเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนา โดยมีสถานศึกษามามีส่วนร่วม แต่เป็นการต่อยอดในระดับที่สูงกว่าข้อเสนอในข้อก่อนหน้า กล่าวคือ สินค้าบางประเภทที่มีการยกระดับกระบวนการผลิตอาจพัฒนาไปสู่สินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงมากผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาในระดับขั้นสูง เช่น การพัฒนาสูตรสมุนไพรเพื่อการรักษาผู้ป่วย หรือการพัฒนาเป็นสมุนไพรเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมบริการ หรือการพัฒนาเป็นสูตรยาที่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้ในกระบวนการพัฒนาจำเป็นต้องมีการลงทุนที่สูง และอาศัยวัตถุดิบจากในพื้นที่ ซึ่งหากมีการกระบวนการจัดการผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมจะช่วยทำให้เครือข่ายของสินค้าได้รับประโยชน์และยินดีที่จะพัฒนาคุณภาพของผลผลิตของตนเองอย่างต่อเนื่อง และ 8) การส่งเสริมให้มี Platform การขายสินค้าของจังหวัด กลุ่มจังหวัด ที่มีผู้เข้าร่วมทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมาก ในการนี้ภาครัฐอาจเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนให้เกิด Platform ของการซื้อขาย โดยมีการจัดหมวดหมู่ประเภทของสินค้าสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ มีการนำข้อมูลของเครือข่ายสินค้าสร้างสรรค์เข้าสู่ระบบ การมีระบบการบริหารจัดการด้านราคา การจัดส่งสินค้า การชำระราคา การควบคุมมาตรฐานของสินค้า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับเครือข่ายผู้ผลิตสินค้าสร้างสรรค์ ซึ่งการริเริ่มการจัดทำอาจต้องเกิดจากการให้เอกชนที่เห็นความสำคัญมาเข้าร่วมในการพัฒนา Platform และระบบการกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

คำสำคัญ

Social network analysisจังหวัดสระแก้วSa Kaeo Provinceการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมCreative Goodsสินค้าเชิงสร้างสรรค์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาเครือข่ายการค้าบริการเชิงสร้างสรรค์ในจังหวัดสระแก้ว

วิมล ปั้นคง สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2563

นโยบายตัวแบบนำร่องเพื่อพัฒนาด่านการค้าชายแดน อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้วภายใต้บริบทประชาคมอาเซียน

วิชยานนท์ สุทธโส มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2560

การพัฒนากลยุทธ์การตลาดของวิสาหกิจชุมชน จังหวัดสระแก้ว

ภัทรพล ชุ่มมี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2563

รูปแบบการขับเคลื่อนการจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมระบบการค้าปลีกสินค้าชุมชนสมัยใหม่ เพื่อการผลิตและการดำรงชีพของสมาชิกชุมชนศูนย์สาธิตการตลาดบนฐานนโยบายตลาดประชารัฐจังหวัดบุรีรัมย์

ฤทัยภัทร ให้ศิริกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2563

การออกแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรมสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลาดต้องชมโมเดล ของจังหวัดสิงห์บุรี

เอกพงศ์ อินเกื้อ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2563

การถ่ายทอดและเชื่อมโยงนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านผ้าชุมชนและเกษตรปลอดภัย ในการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนฐานราก บนฐานทุนทรัพยากร ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว แพร่ แม่ฮ่องสอน หนองบัวลำภู สงขลา ตราด บุรีรัมย์ และยโสธร

ศศิพิสุทธิ์ หงษ์สมบัติ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563

การเสริมสร้างเครือข่ายการพัฒนาเมืองศิลปะเชิงสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดล้านนา

ไกรสร แสนวงค์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563

นวัตกรรมการสร้างสรรค์สมรรถนะบุคลากรและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาดย่อมผ่านการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่าจากการฝึกอบรม โดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)

จิระวัฒน์ อนุวิชชานนท์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2564

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมระบบการจัดการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย

สุทธิศักดิ์ เพ็ชรผึ้ง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2566

กลไกสร้างสรรค์พื้นที่ย่านเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร: กรณีศึกษาย่านบางกอกน้อย

ทวีศักดิ์ รูปสิงห์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) พ.ศ. 2563