การเก็บรักษาพันธุกรรมหวายแดงจันทบูรในสภาพปลอดเชื้อด้วยเทคนิคการชะลอการเจริญเติบโต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เอื้องอัยเรศเป็นกล้วยไม้ที่ช่อดอกสวยงามจึงได้รับความนิยมในการปลูกเลี้ยง ในปัจจุบันมีการนำเอื้องอัยเรศออกจากป่า ทำให้มีจำนวนลดลง ประกอบกับการขยายพันธุ์ในสภาพธรรมชาติไม่สามารถชดเชยได้ทัน จึงควรทำการอนุรักษ์เอื้องอัยเรศไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ การอนุรักษ์พันธุ์ด้วยการเพาะขยายพันธุ์ในสภาพปลอดเชื้อเป็นวิธีการหนึ่ง ซึ่งสามารถขยายพันธุ์ได้จำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น ในการทดลองนี้จึงทำการเก็บรวบรวมฝักกล้วยไม้เอื้องอัยเรศภายในจังหวัดจันทบุรี หลังจากนั้นนำเมล็ดจากฝักที่มีอายุประมาณ 10 เดือน ทดลองเพาะบนอาหารสังเคราะห์สูตรต่าง ๆ พบว่า เมล็ดเอื้องอัยเรศงอกได้ดีที่สุดบนอาหารสังเคราะห์สูตร Vacin and Went (1949) ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์ความงอก 48 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมล็ดสามารถงอกได้เร็วที่สุดโดยใช้จำนวนวันในการงอกเฉลี่ย 54 วัน จากนั้นภายหลังการงอกของโปรโตคอร์มเอื้องอัยเรศเป็นระยะเวลา 2 เดือน นำโปรโตคอร์มเอื้องอัยเรศเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์ที่มีความเข้มข้นของ 6-benzylaminopurine (BAP) ที่แตกต่างกัน เพื่อเพิ่มปริมาณโปรโตคอร์มของเอื้องอัยเรศ พบว่า จากการศึกษาอิทธิพลของ 6-benzylaminopurine (BAP) ต่อการเจริญเติบโตของ โปรโตคอร์มเอื้องอัยเรศ โดยใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต BAP ที่แตกต่างกัน 5 ระดับ คือ 0, 0.5, 1.0, 1.5 และ 2.0 มิลลิกรัมต่อลิตร เมื่อสิ้นสุดการทดลอง พบว่าการเติม BAP ที่ระดับความเข้มข้น 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่งผลให้โปรโตคอร์มของเอื้องอัยเรศมีการเพิ่มปริมาณโปรโตคอร์มมากที่สุดคือ 4.21 โปรโตคอร์ม