การขยายส่วนการผลิตต้นพันธุ์กล้วยไม้น้ำ Epipactis flava Seidenf. จำนวนมากในระบบอาหารเหลว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบ และสถานะของอาหารเพาะเลี้ยงด้วยระบบเพาะเลี้ยงที่แตกต่างกัน ได้แก่ ระบบอาหารเหลว (เขย่าเลี้ยง) ระบบอาหารกึ่งแข็ง และระบบจุ่มแช่ชั่วคราว (ที่แปรผันระยะเวลาในการให้อาหาร และความถี่ในการให้อาหารต่อวัน) เพื่อการทวีจำนวนต้นอ่อนกล้วยไม้น้ำ (Epipactis flava Seidenf.) โดยเพาะเลี้ยงต้นอ่อนในระบบเพาะเลี้ยงที่แตกต่างกันดังกล่าวเป็นเวลา 10 สัปดาห์ พบว่า ต้นอ่อนกล้วยไม้น้ำที่เพาะเลี้ยงในระบบอาหารเหลวแบบเขย่าเลี้ยงตลอดเวลาสามารถเพิ่มจำนวนตายอดใหม่ได้สูงสุด เมื่อเพาะเลี้ยงต้นอ่อนจำนวน 7 ต้น ใน Conical flask ขนาด 150 มิลลิลิตร ที่บรรจุอาหาร 25 มิลลิลิตร ขณะที่การเพาะเลี้ยงต้นอ่อนด้วยระบบจุ่มแช่ชั่วคราว สามารถชักนำให้ความสูงยอดเพิ่มขึ้นสูงที่สุด เมื่อมีการให้อาหารเพาะเลี้ยงนานครั้งละ 10 นาที ทุกๆ 12 ชั่วโมงต่อวัน อย่างไรก็ตามต้นอ่อนมีอัตราการรอดชีวิตสูง ที่สุด (100 เปอร์เซ็นต์) เมื่อเพาะเลี้ยงด้วยอาหารเหลวแบบเขย่าเลี้ยงตลอดเวลา ที่เพาะเลี้ยงต้นอ่อนจำนวน 7 ต้น ใน Conical flask ขนาด 150 มิลลิลิตร ที่บรรจุอาหาร 25 มิลลิลิตร และในระบบจุ่มแช่ชั่วคราว ที่ให้อาหารเพาะเลี้ยงนานครั้งละ 10 นาที ทุกๆ 6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อย้ายเลี้ยงต้นอ่อนที่เกิดขึ้นจากการทดลองออกปลูกในเรือนเพาะชำที่มีการจัดระบบให้น้ำไหลผ่านต้นอ่อนตลอดเวลา (เพื่อเลียนแบบลักษณะการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ) และเลี้ยงในน้ำนิ่ง เปรียบเทียบกับต้นอ่อนที่ย้ายปลูกและเลี้ยงไว้ในห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิ (Acclimatized room) โดยเลี้ยงในน้ำนิ่ง และเขย่าเลี้ยง เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่า ต้นอ่อนสามารถเจริญเติบโตและพัฒนาและมีอัตราการรอดชีวิตและการผลิตยอดใหม่ของต้นกล้วยไม้น้ำเพิ่มขึ้นสูงที่สุด เมื่อ เลี้ยงในน้ำไหลตลอดเวลาในเรือนเพาะชำ