การพัฒนากล่องเพาะเมล็ดกล้วยไม้ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซากล้วยไม้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
กล้วยไม้เอื้องคำ (Dendrobium chrysotoxum Lindl.) ปัจจุบันถูกจัดให้เป็นพืชที่อยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์ (VU - Vulnerable species) เนื่องจากพบว่าอยู่ในสภาพธรรมขาติค่อนข้างน้อย หากไม่มีการควบคุมที่เข้มงวด อาจสูญพันธุ์ได้ในที่สุด ในปีงบประมาณ 2563 จึงได้นำราไมคอร์ไรซากล้วยไม้ที่แยกได้จากรากกล้วยไม้เอื้องคำในสภาพธรรมชาติ จากพื้นที่ป่าธรรมชาติของหมู่บ้านปงไคร้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จำนวน 4 ไอโซเลท ได้แก่ DCH1 DCH2 DCH3 และDCH4 นำมาทดสอบเลี้ยงร่วมกับเมล็ด และต้นอ่อนของกล้วยไม้เอื้องคำ โดยเมล็ดกล้วยไม้เอื้องคำ ได้จากการผสมต้นแม่ที่ได้จากป่าบริเวณหมู่บ้านปงไคร้ จากการทดสอบพบว่าเมล็ดกล้วยไม้ที่เลี้ยงในสภาพหลอดทดลอง (in vitro) บนอาหาร OMA และในสภาพนอกหลอดทดลอง (ex vitro) บนวัสดุปลูกมะพร้าวผสมพีทมอส ที่บรรจุในกล่องเพาะเมล็ดกล้วยไม้ ร่วมกับราไมคอร์ไรซากล้วยไม้ ไอโซเลท DCH1 DCH2 สามารถส่งเสริมให้เมล็ดงอกและพัฒนาเป็นต้นอ่อนได้ดีกว่าการเลี้ยงบนอาหารที่ไม่ได้เลี้ยงร่วมกับราไมคอร์ไรซา ส่วนต้นอ่อนที่เพาะในสภาพหลอดหลอดทดลอง บนอาหาร 1/5MS พบต้นอ่อนที่เลี้ยงร่วมกับราไอโซเลท DCH1 DCH2 สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นอ่อนกล้วยไม้ ทำให้กล้วยไม้มีลำลูกกล้วยขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับต้นอ่อนที่ไม่ได้เลี้ยงร่วมกับราไมคอร์ไรซากล้วยไม้ จะเห็นได้ว่าราไมคอร์ไรซากล้วยไม้ที่คัดแยกได้ มีศักยภาพ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานด้านการอนุรักษ์ โดยนำราไปเลี้ยงเชื้อในกล่องเพาะเมล็ด แล้วนำไปสนับสนุนให้ชุมชนได้ใช้งาน ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกัน เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์นอกถิ่นให้ยั่งยืนต่อไป