การออกแบบและประดิษฐ์เครื่องฉีกก้านใบยาสำหรับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้นำเสนอการออกแบบ และประดิษฐ์เครื่องฉีกก้านใบยาสำหรับกลุ่มเกษตรกร จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ เพื่อศึกษาลักษณะทางกายภาพของใบยาสำหรับการออกแบบเครื่องต้นแบบ เพื่อออกแบบ ประดิษฐ์ และทดสอบสมรรถนะเครื่องฉีกก้านใบยา เพื่อประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องฉีกก้านใบยา เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีสู่ชุมชน วิธีการดำเนินการวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ประชากร และกลุ่มตัวอย่างได้จากวิธีการสุ่มกลุ่ม ตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงในระยะที่ 1 เป็นใบยาพันธุ์เบอร์เล่ย์รวม 700 ใบ ระยะที่ 2 เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการฉีกก้านใบยาจำนวน 5 คน ระยะที่ 3 เป็นเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบแบบฉีกก้าน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 32 คน ระยะที่ 4 เป็น กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์ไม่น้อยกว่า 30 คน ผลการวิจัย พบว่าลักษณะทางกายภาพของใบยามีขนาดใบ มีความกว้างเฉลี่ย 436.05 มิลลิเมตร ความยาวเฉลี่ย 447.51 มิลลิเมตร ขนาดความโตของก้านใบบริเวณโคนก้านเฉลี่ย 13.16 มิลลิเมตร บริเวณปลายก้านเฉลี่ย 5.05 มิลลิเมตร และผลการหาขนาดความยาวของก้านใบที่เหลืออยูเ่ฉลี่ย 217.52 มิลลิเมตรผลการออกแบบ ประดิษฐ์ความคิดเห็นอยู่ในระดับเห็นด้วย สมรรถนะเครื่องสามารถฉีกก้านใบยาเฉลี่ย 100 ใบใช้เวลาเฉลี่ย 7.31 นาที สภาพใบยาที่ผ่านการฉีกก้านใช้ได้ 99.86% ผลการประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องฉีกก้านใบยามีความคิดเห็นอยู่ในระดับ เห็นด้วย ส่วนผลการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีสู่ชุมชนด้วยวิธีการอบรมสาธิตมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านความพึงพอใจอยากเป็นเจ้าของเครื่องฉีกก้านใบยามีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด