Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การวิจัยและพัฒนาเครื่องฉีกก้านใบยาสำหรับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์

ศักดิ์ศิริชัย ศรีสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนา และทดสอบสมรรถนะเครื่องฉีกก้านใบยาสำหรับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ และประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องฉีกก้านใบยา วิธีการดำเนินการวิจัยนี้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงในระยะที่ 1 ศึกษาผลการพัฒนาเครื่องฉีกก้านใบยาสำหรับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ศึกษา 3 ประเด็น ได้แก่ สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องปัจจุบัน การศึกษาระดับความรุนแรงของการเกิดอาการเจ็บปวดหรือความรู้สึกไม่สบายจากการปฏิบัติงานกับเครื่องฉีกก้านใบยาต้นแบบในปัจจุบัน การประเมินท่าทางการปฏิบัติงานโดยวิธี REBA และการพัฒนาเครื่องฉีกก้านใบยาแบบปรับปรุงตามหลักการยศาสตร์ระยะที่ 2 ทดสอบสมรรถนะเครื่อง และระยะที่ 3 ประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องฉีกก้านใบยาแบบปรับปรุงตามหลักการวิทยาศาสตร์ ผลการวิจัย พบว่าสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องปัจจุบันร้อยละ 69 ของกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าความพึงพอใจด้านการออกแบบขนาดของโครงสร้างเครื่องต้นแบบ มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด = 1.69 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.47 มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับพอใช้ ด้านผลการศึกษาระดับความรุนแรงของการเกิดอาการเจ็บปวดหรือความรู้สึกไม่สบายจากการปฏิบัติงานกับเครื่องฉีกก้านใบยาต้นแบบในปัจจุบันมากที่สุดคือมีระดับตามเกณฑ์รู้สึกไม่สบายมาก ผลการประเมินท่าทางการปฏิบัติงานโดยวิธี REBA กับเครื่องฉีกก้านใบยาต้นแบบในปัจจุบันมีค่า REBA Score = 10 มีความเสี่ยงสูง ควรวิเคราะห์เพิ่มเติม และควรรีบปรับปรุง ด้านการพัฒนาเครื่องฉีกก้านใบยาแบบปรับปรุงตามหลักการยศาสตร์อ้างอิง (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2534) ผลประเมินท่าทางการทำงานลดลงเปรียบเทียบกับเครื่องฉีกก้านใบยาแบบปัจจุบัน ด้านสมรรถนะในการทำงานสามารถฉีกก้านใบยาทีละ 20 ใบพร้อมกัน ใช้เวลาในการทำงานเฉลี่ย 2.79 นาทีสภาพใบยาที่ผ่านการฉีกก้านใช้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์จากการทดสอบ ผลประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องฉีกก้านใบยาแบบปรับปรุงตามหลักการยศาสตร์มีความพึงพอใจในภาพรวมมี ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.34 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.58 อยู่ในระดับดีโดยด้านคุณประโยชน์ของเครื่องมีความพึงพอใจมากที่สุด

คำสำคัญ

Tobacco LeafShredded Leaf StalkShredded Stalk Machineเครื่องฉีกก้านฉีกก้านใบยา

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การออกแบบและประดิษฐ์เครื่องฉีกก้านใบยาสำหรับกลุ่มเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์

ศักดิ์ศิริชัย ศรีสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

การตรวจสอบสมุนไพรในโคเนื้อทางวิทยาศาสตร์ โดยสืบสานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อ เพื่อการประกอบอาชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงกรณีศึกษา บ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ตำบลแสลงพัน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

นายจรัส สว่างทัพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พ.ศ. 2558

การเปรียบเทียบการให้สุขศึกษาที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงความรู้และพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรในเขตเทศบาลตำบลท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี

อรวรรณ คำวิไล มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2554

การเพิ่มผลผลิตผักปลอดสารเคมีทางการเกษตร แบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในจังหวัดเพชรบูรณ์

สุวิทย์ วรรณศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2555

โครงการวิจัยและพัฒนาวิธีวิเคราะห์ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์พืชแปรรูป

สิทธิพร งามมณฑา กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2556

การใช้ประโยชน์ทางด้านยา จากพืชและจุลินทรีย์บางชนิดที่พบ ณ ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หริภุญไชย จังหวัดลำพูน

ศิริวุฒิ สุขขี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2554

เครื่องย่อยต้นสาคู

นายปรุฬห์ มะยะเฉี่ยว มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พ.ศ. 2551

การออกแบบการทดลองเพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตข้าวซ้อมมือ : กรณีศึกษากลุ่มผู้ผลิตข้าวซ้อมมือสินค้าโอท็อปบ้านชบา ตำบลตลุกกลางทุ่ง อำเภอเมือง จังหวัดตาก

กานต์ วิรุณพันธ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2560

แนวทางการแก้ปัญหาการผลิตหวดนึ่งข้าวอัตโนมัติโดยกลุ่มอาชีพจักสานชุมชนหนองขอน จังหวัดอุบลราชธานี

คลอเคลีย วจนะวิชากร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2558

การประยุกต์ใช้นวัตกรรมสารชีวภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้

อิสมะแอ เจ๊ะหลง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565