ผลการเสริมสารต้านออกซิเดชันในรูปสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชันและวิตามินอีในอาหารต่อสมรรถภาพการผลิต คุณภาพเนื้อและคุณภาพกรดไขมันของเนื้อแพะขุน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาผลการเสริมวิตามินอี สมุนไพรฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชันในอาหารต่อคุณภาพเนื้อของแพะลูกผสม ใช้แพะลูกผสมสามสาย (บอร์ x แองโกลนูเบียน x พื้นเมือง) เพศผู้จำนวน 24 ตัว น้ำหนักเริ่มต้นประมาณ 20 กิโลกรัม แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม แพะถูกสุ่มให้ได้รับอาหารทดลองที่มีการเสริมสารต้านออกซิเดชันต่างกัน 4 สูตร คือ อาหารข้นสูตรควบคุม อาหารข้นที่เสริมวิตามินอี 400 มิลลิกรัม/กิโลกรัม อาหารข้นที่เสริมฟ้าทะลายโจร 0.5% และอาหารข้นที่เสริมขมิ้นชัน 0.5% แพะทุกกลุ่มได้รับอาหารข้น 1.5% ของน้ำหนักตัวต่อวันและหญ้าเนเปียร์ปากช่องสดอย่างเต็มที่ ทำการทดลองขุนเป็นเวลา 120 วัน เมื่อสิ้นสุดการขุน ทำการฆ่าชำแหละแพะเพื่อศึกษาองค์ประกอบซากและสุ่มตัวอย่างเนื้อสันนอก (Longissimus dorsi) และเนื้อสะโพก (Semimembranosus) เพื่อศึกษาคุณภาพเนื้อ ผลการศึกษาพบว่าการเสริมฟ้าทะลายโจร 0.5 เปอร์เซ็นต์ในสูตรอาหารทำให้แพะมีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p<0.05) แต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มที่เสริมวิตามินอีและกลุ่มที่เสริมขมิ้นชัน แพะที่ได้รับอาหารทดลองทุกกลุ่มมีปริมาณการกินอาหารข้นและอาหารหยาบแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>0.01) อย่างไรก็ตาม พบว่าแพะที่ได้รับอาหารที่เสริมฟ้าทะลายโจรมีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวต่ำกว่ากลุ่มควบคุม กลุ่มที่เสริมวิตามินอีและกลุ่มที่เสริมขมิ้นชัน (P<0.01) การเสริมวิตามินอี ฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชันไม่มีผลทำให้เปอร์เซ็นต์ซาก เปอร์เซ็นต์เนื้อแดงและเปอร์เซ็นต์ชิ้นส่วนต่าง ๆ จากซากแตกต่างจากกลุ่มควบคุม แต่กลุ่มที่เสริมฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชันมีเปอร์เซ็นต์ไขมันในซากสูงกว่ากลุ่มควบคุมและกลุ่มที่เสริมวิตามินอี ผลการเสริมสารต่าง ๆ ที่มีต่อคุณภาพเนื้อ พบว่าการเสริมวิตามินอี ฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชันไม่มีผลทำให้เปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำระหว่างการเก็บ สีเนื้อในรูปค่า L*, a* และ b* ของเนื้อสันนอกแตกต่างกัน (p>0.05) แต่การเสริมวิตามินอีมีผลทำให้เนื้อสันนอกมีเปอร์เซ็นต์การสูญเสียน้ำเมื่อทำให้สุกต่ำกว่ากลุ่มควบคุม (p<0.05) ขณะที่การเสริมขมิ้นชันในสูตรอาหารทำให้เนื้อมีค่าแรงตัดผ่านเนื้อต่ำสุด (p<0.01) ในด้านการศึกษาการเกิดปฏิกิริยาลิพิดออกซิเดชันของเนื้อแพะ พบว่าการเสริมสารต้านออกซิเดชันทั้งสามชนิดคือ วิตามินอี ฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชัน มีผลทำให้ทั้งเนื้อสันนอกและเนื้อสะโพกมีค่า TBARS ที่อายุการเก็บต่างๆ มีค่าต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (p<0.01) ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการเสริมฟ้าทะลายโจรในสูตรอาหารมีผลทำให้แพะมีสมรรถภาพการเจริญเติบโตดีกว่ากลุ่มอื่น ๆ ขณะเดียวกันการเสริมวิตามินอี ฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชันในอาหารมีศักยภาพในการเป็นสารต้านออกซิเดชัน และช่วยปรับปรุงคุณภาพเนื้อในด้านความนุ่มและความสามารถในการอุ้มน้ำของเนื้อ