การปรับปรุงการรอดชีวิตของแบคทีเรียโปรไบโอติกระหว่างการทำแห้งด้วยความร้อนและการเก็บรักษา โดยการเอ็นแคปซูเลชั่นที่เกิดจากการรวมกันของโปรตีนนมที่ถูกย่อยและอะคาเซียกัม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัสดุส่วนเหลือกากมะพร้าวที่ถูกคั้นน้ำกะทิออกแล้ว และนมส่วนเหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตนม ถูกนำมาประยุกต์ใช้เป็นอาหารเพาะเลี้ยงแบคทีเรียผลิตกรดแลคติก เพื่อเปรียบเทียบกับสูตรอาหารทางการค้า MRS เส้นใยอาหารของกากมะพร้าวถูกย่อยด้วยเอนไซม์แมนนาเนส จนกระทั่งได้แมนโนสไฮโดรไลเสท (mannose hydrolysate, MH) นมส่วนเหลือถูกนำไปหมักด้วยจุลินทรีย์และย่อยสลายต่อด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ จนกระทั่งได้ milk protein hydrolysate (MPH) งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อผลิตอาหารเสริมแบคทีเรียโปรไบโอติก และการทำแห้งเซลล์ร่วมกับแมนโนสที่ได้จากการย่อยกากมะพร้าวด้วยเครื่องไมโครเวฟระบบสุญญากาศ และการผสมเซลล์โปรไบโอติกร่วมกับอาหารสัตว์ก่อนนำไปอัดเม็ดอาหาร รวมทั้งการตรึงเซลล์เพื่อเพิ่มการรอดชีวิตในระหว่างการทำแห้งและยืดอายุการเก็บรักษา เพื่อให้เซลล์ที่มีชีวิตเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารภายในของสัตว์ ในงานนี้ใช้แบคทีเรียผลิตกรดแลคติก คือ Pediococcus pentosaceus, Bacillus subtilis KL-007 และ Bacillus lichenformis ซึ่งถูกคัดเลือกเป็นโปรไบโอติกที่มีศักยภาพ ผลการทดลองพบว่าแบคทีเรียทั้ง 3 ชนิด เมื่อเลี้ยงในอาหาร MH ให้อัตราการเจริญเติบโตสูงสุดคือ 4.18?0.004, 3.24?0.10 และ 5.02 ? 0.02 h-1ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าเมื่อเพาะเลี้ยงในอาหาร MPH และ MRS (p <0.01) ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าวัสดุส่วนเหลือกากมะพร้าว สามารถใช้เป็นอาหารเพาะเลี้ยงเพื่อการเจริญเติบโตในการผลิตแบคทีเรียผลิตกรดแลคติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตรึงเซลล์สามารถเพิ่มการรอดชีวิตในการทำแห้งเซลล์และยืดอายุการเก็บรักษาได้ เครื่องไมโครเวฟระบบสุญญากาศสามารถทำแห้งเซลล์ได้เร็ว ช่วยประหยัดพลังงานและลดการตายของเซลล์ได้