Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การพัฒนาอนุภาคไขมันแข็งขนาดนาโนสำหรับเป็นระบบนำส่งยาตาเฉพาะที่

วรี ติยะบุญชัย มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปัจจุบันรูปแบบยาตาที่ใช้ มักอยู่ในรูปของสารละลาย (solutions) มากถึง 90% เนื่องจากมีวิธีการเตรียมง่าย ปลอดภัย และเป็นที่ยอมรับของผู้ป่วย แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่สำคัญของรูปแบบยาสารละลาย คือ มีค่าชีวประสิทธิผลต่ำ เนื่องจากโครงสร้างดวงตา (corneal barrier) และกลไกการทำงานของดวงตา ที่มีการผลิตน้ำตาอย่างต่อเนื่อง มีการระบายยาออกทาง lacrimal duct และมีการกระพริบตาอยู่ตลอดเวลา ทำให้รูปแบบยาสารละลายถูกขับออกได้เร็ว ตัวยาสามารถแพร่ผ่านเข้าไปภายใน cornea และ intraocular tissue ได้เพียงแค่ 5% เท่านั้น ดังนั้นเพื่อเพิ่มระยะเวลาการเกาะติดกับผิวหน้าของตา ส่งผลให้เพิ่มชีวประสิทธิผลของสารสำคัญ และแก้ไขข้อจำกัดต่างๆของยาหยอดตาในรูปสารละลาย ผู้วิจัยจึงพัฒนาระบบนำส่งยาตาในรูปแบบอนุภาคไขมันขนาดนาโนในรูปแบบนาโนสตรัคเจอร์ไลปิดแคริเออร์ (nanostructured lipid carriers, NLCs) โดยมี indomethacin เป็นยาต้นแบบ NLCs มีการเตรียมโดยใช้เทคนิค high pressure homogenization และศึกษาถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อขนาดอนุภาค การกระจายขนาดอนุภาค ประจุบนผิวอนุภาค รูปร่างลักษณะของอนุภาค ความสามารถในการกักเก็บตัวยา (Drug entrapment) อัตราการปลดปล่อยตัวยา ประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับผิวของตา และศึกษาการระคายเคืองต่อเยื่อบุตาขาว โดยจะพบว่าอนุภาคที่ได้มีขนาดระหว่าง 50-330 nm มีการกระจายตัวในช่วงแคบประมาณ 0.2-0.3 และมีประจุลบที่ผิว ประมาณ 20-30 mV ประสิทธิภาพในการกักเก็บสารสำคัญมีค่าระหว่าง (65-75%) จากการศึกษารูปแบบการปลดปล่อยตัวยาพบว่า IND-NLCs ได้แสดงการปลดปล่อยแบบ biphasic drug release pattern จะมีการปลดปล่อยอย่างรวดเร็ว (burst release) ประมาณ 60% ภายในเวลา 5 นาที และจะค่อยๆปลดปล่อยออกมาจากอนุภาคจนหมด (prolong release) ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องกับ Higuchi square root model ในการศึกษาการเกาะติดกระจกตา (mucoadhesive) พบว่า ตำรับ NLCs สามารถเพิ่มปริมาณการเกาะติดได้มากกว่า ตำรับสารละลาย ที่เวลาเดียวกัน โดยขนาดอนุภาคที่เล็กกว่ามีการเกาะติดกระจกตาได้มากกว่า และสามารถลดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตาขาวได้

คำสำคัญ

DissolutionไมโครอิมัลชันการละลายIndomethacinSolid lipid nanoparticlesMicroemulsionsการยึดเกาะmucoadhesiveอนุภาคไขมันแข็งขนาดนาโนอินโดเมทาซิน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การนำส่งไดโคลฟีแนคโซเดียมเข้าสู่ดวงตา ด้วยนาโนพาร์ทิเคิลไตรเมธิลไคโตซาน

รัฐพล อาษาสุจริต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2557

นาโนอิมัลชันในระบบนําส่งยาผ่านทางผิวหนัง

ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2557

การเตรียมและศึกษาการปลดปล่อยแบบควบคุมของยาที่ผ่านการเคลือบผิวเม็ดยา ด้วยอนุภาคนาโนของสตาร์ชสำหรับใช้เป็นระบบนำส่งยาไปยังสำไส้ใหญ่โคลอน

กิตติวุฒิ เกษมวงศ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ. 2558

การประยุกต์นาโนสตรักเจอร์ลิปิดแครีเออร์ในการนำส่งยา

ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2557

การพัฒนายารับประทานเคอร์คิวมินในรูปแบบอนุภาคไขมันแข็งขนาดนาโนที่เกาะติดเยื่อเมือก

วรี ติยะบุญชัย มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2558

โครงการการหาค่าที่เหมาะสมและการศึกษา คุณสมบัติทางเคมีกายภาพของฟิลม์ ที่บรรจุยาไตร แอมซิโนโลนอะซิโตไนด์ในรูป แบบนาโนสตรักเจอร์ ลิพิดแครี่เออรส์าหรับ ระบบนำส่งทางกระพุ้งแก้ม

ปกรณ์ ไกรสิทธิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2561

การบำบัดน้ำทิ้งไขมันสูงด้วยวัสดุนาโนคอมโพสิตชีวภาพที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้จากแบคทีเรียสังเคราะห์แสงสีม่วงและเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์

ชีวาพัฒน์ แซ่จึง มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2566

ไทโอเลตไคโตซาน: จากการสังเคราะห์ถึงพอลิเมอร์ยึดติดเยื่อเมือก สำหรับการนำส่งยาทางกระพุ้งแก้ม

วิภาดา สัมประสิทธิ์ มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2559

การพัฒนานาโนคริสตัลของคลาริโธมัยซินเพื่อเพิ่มการละลายสำหรับการนำส่งทางปาก

วราภรณ์ จรรยาประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

การพัฒนาระบบนำส่งแอมโฟเทอริซินบีที่กักเก็บในอนุภาคไขมันขนาดนาโนในรูปแบบยารับประทาน

วรี ติยะบุญชัย มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2560