การประเมินประสิทธิภาพการใช้งานห้องน้ำของคนพิการทางการเห็น เพื่อสร้างเกณฑ์ในการออกแบบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี มีจุดประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพด้านความสะดวกในการใช้งานและความปลอดภัยของห้องน้าที่ออกแบบเพื่อคนพิการทางการเห็น เพื่อสร้างเกณฑ์ในการออกแบบห้องน้าส้าหรับคนพิการทางการเห็นให้มีความสะดวกและปลอดภัยสูงสุด โดยทดสอบการใช้งานของห้องน้าที่ออกแบบส้าหรับคนพิการทางการเห็นในด้านความสะดวกในการใช้งานและความปลอดภัย จากกลุ่มตัวอย่าง 30 คน จากการประเมินประสิทธิภาพการใช้งานห้องน้าของคนพิการทางการเห็น เพื่อสร้างเกณฑ์ในการออกแบบจึงได้สรุปว่า การจัดวางการเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆภายในห้องน้าควรจัดวางในรูปแบบสามเหลี่ยม โดยขนาดของพื นที่ใช้งาน ในแต่ละส่วน ควรมีขนาดความกว้างใกล้เคียงกับการเอื อมถึงทั งซ้ายและขวา หรือ 1.00-1.20 เมตร โดยประมาณ การสร้างพื นน้าทางซึ่งน้าไปสู่ฟังก์ชันต่างๆ ควรมีลักษณะพื นผิวที่แตกต่างกัน แต่มีระดับพื นเดียวกันทั งบริเวณ ในกรณีจุดสังเกตุส้าหรับฟังก์ชันต่างๆ ควรใช้แสงสว่างเฉพาะจุด หรือผนังสีโทนเหลืองส้ม เพื่อให้ผู้ที่มีสายตาเลือนลาง ใช้งานได้สะดวกมากขึ น ด้านความสูงของเคาน์เตอร์ไม่ควรต่้ากว่า 0.80 เมตร เพื่อไม่ให้ผู้พิการต้องโน้มตัวมากจนอาจเกิดอันตราย รายละเอียดการแบ่งพื นที่ส่วนแห้งและส่วนเปียก ควรเป็นลักษณะการลาดเอียงมากกว่าการลดระดับ หรือก่อที่กั นน้า (CURB) ระยะทางในการเข้าถึงจากประตูไปสู่ฟังก์ชันสุดท้าย ( ส่วนอาบน้า ) ควรมีระยะประมาณ 2.00 - 2.40 มุมผนัง ขอบเคาน์เตอร์ และโถเมตร ที่ส้าคัญควรเพิ่มความปลอดภัยโดยการใช้วัสดุกันกระแทกที่ สุขภัณฑ์ ทั งนี การวิจัยนี เป็นการการประเมินประสิทธิภาพการใช้งานห้องน้าของคนพิการทางการเห็น เพื่อสร้างเกณฑ์ในการออกแบบ ให้มีความเหมาะสม และปลอดภัยกับการใช้งาน จากการออกแบบห้องน้าส้าหรับคนพิการทางการเห็น ผลการวิจัยเป็นเพียงข้อสรุปจากการทดสอบในกลุ่มตัวอย่างเบื องต้นเท่านั น จ้าเป็นที่จะต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมน้าทั ง 3 รูปแบบและหรือเปรียบเทียบกับห้องน้าโดยทั่วไป จากกลุ่มผู้ใช้งานที่มีความหลากหลายเพื่อให้ได้ผลการวิจัยที่สมบูรณ์และสามารถตรวจสอบเกณฑ์ในการออกแบบที่เกิดขึ นได้