รูปแบบที่เหมาะสมในการทำไซเลจจากเศษข้าวโพดหวาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เศษข้าวโพดหวานมีส่วนประกอบทางเคมีใกล้เคียงกับพืชอาหารสัตว์สดคุณภาพดี เกษตรกรนิยม นำมาใช้เป็นอาหารหยาบเลี้ยงโคนม แต่การเก็บรักษาของเกษตรกรส่วนใหญ่ก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งทาง เสรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) ทราบวิธีการใช้ประ โยชน์เศบข้าวโพดหวาน และการหมักในฟาร์มของเกษตรกร 2) ทราบปัจัยการหมักที่จะใช้รักษาคุณภาพของเศษข้าวโพดหวาน 3) การนำผลการศึกขาไปปฏิบัติในฟาร์มเกษตรกร และถ่ายทอดผลการศึกษา ผลการทดลองพบว่า เศษข้าวโพด หวานเป็นเศยเหลือปีละ 10 เดือน ในช่วงพฤศจิกายน ถึง สิงหาดม ส่วนประกอบทางกายภาพ คือ เปลือก 67.50% แกน 32.00% และ เมลี่ครวมไหม 0.50% การเก็บรักษาโดยการหมัก พบว่า 40.00% ของเกษตรกร เก็บรักษาเศษข้าวโพดหวานในรูปของพืชหมัก ผลที่เกิดขึ้นกับสุขลักยณะของฟาร์มโคนม คือ 50.00% ของ ฟาร์มมีแมลงวันในช่วง 1.19 - 1.86 ตัว (ในเวลา 30 วินาที พื้นที่ 24 X 24 นิ้) กลิ่นจากการหมักมีปัญหา แตกต่างกันไปตามที่ตั้งของฟาร์มในชุมชน และไม่พบว่ามีฟาร์มใดปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ด้าน ปัจจัยการหมักที่จะใช้รักษาคุณภาพของเศษข้าวโพคหวาน พบว่าปัจจัยด้านการอัดแน่นมีผลให้เกิดความ แตกต่างในลักษณะ pH Lactic acid (%) และ ADF (% of DM) และผลร่วมระหว่างปัจจัยการปิด กับ การ อัดแน่นมีผลต่อ Lactic acid (%)ส่วนการนำผลการศึกขาไปปฏิบัติในฟร์มเกษตรกร และถ่ายทอดผล การศึกษา พบว่า 72.72% ของสมาชิกที่มาร่วมการถ่ายทอดผลงาน เก็บรักษาเศษข้าวโพดหวาน เป็นกองละ ขนาดประมาณ 1-2 ตัน โดยการอัดแน่น และใช้พลาสติกเป็นวัสดุห่อหุ้มอย่างมิดชิด