โครงการประเมินความคุ้มค่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาลในระดับผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ และความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเคหะแห่งชาติในฐานะที่เป็นรัฐวิสาหกิจต้องประสบปัญหาการบริหารงานเพื่อตอบสนองหลานวัตถุประสงค์ (Multiple Goal) ซึ่งอาจมีความขัดแย้งกันในเชิงปฏิบัติ กล่าวคือ การเคหะแห่งชาติจัดตั้งขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เชิงสังคมเป็นหลักมิได้หวังผลทางกำไร แต่รัฐบาลเองก็มีนโยบายที่จะให้รัฐวิสาหกิจสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองเพื่อให้ไม่เป็นภาระงบประมาณของรัฐ จึงทำให้การประเมินความคุ้มค่าของโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติจำเป็นต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งวัตถุประสงค์เชิงสังคม (Social Objective) และเชิงเศรษฐศาสตร์ (Economic Objective) เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น การเคหะแห่งชาติจึงได้ร่วมกับบริษัท ไบรอัน เคฟ (ประเทศไทย) จำกัด ทำการศึกษาและประเมินความคุ้มค่าของการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาลของการเคหะแห่งชาติ โดยอาศัยการประเมินความคุ้มค่า หรือ VFM (Value for Money Evaluation) และการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders Analysis) ภายใต้ "โครงการประเมินความคุ้มค่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาล ในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ และประเมินผลการะทบและความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง" ผลจากการศึกษาพบว่า โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติมีประสิทธิผลในเชิงสังคม สามารถช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองกว่า 6 แสนครัวเรือน (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2555) ในขณะที่การประเมินประสิทธิภาพทางการเงินนั้นไม่สามารถที่จะสรุปผลได้ชัดเจน เนื่องจากมิได้มีการจัดทำแผนการประเมินโครงการก่อนเริ่มดำเนินโครงการประกอบกับโครงการมีระยะเวลาดำเนินงานต่อเนื่องยาวนาน และหลายโครงการก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จมาแล้วหลายปี ทำให้ข้อมูลขาดความสมบูรณ์ไม่สามารถประเมินผลได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ในอนาคตการเคหะแห่งชาติควรจัดทำแผนการประเมินโครงการ ที่มีการระบุถึงวิธีการประเมิน ชนิดของตัวชี้วัดที่จะใช้ การได้มาซึ่งตัวชี้วัดดังกล่าว และเกณฑ์ในการประเมินผลก่อนเริ่มดำเนินโครงการ และหลังดำเนินโครงการ เพื่อให้สามารถทำการประเมินความคุ้มค่าได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติควรจัดทำ "แผนแม่บทของการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย" เพื่อให้การพัฒนามีทิศทางที่ชัดเจน เพิ่มบทบาทการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัย และควรขยายธุรกิจต่อเนื่องเพื่อตอบรับความต้องการของลูกบ้านภายในและโดยรอบโครงการของ กคช. ผลจากการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามนโยบายรัฐบาล ผ่านการจัดเก็บข้อมูลด้วยแบบสำรวจความคิดเห็น (Questionnaires) การสัมภาษณ์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบบตัวต่อตัว (Face-to-Face Interview) และการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ค่อนข้างพึงพอใจต่อการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติ อย่างไรก็ดี การเคหะแห่งชาติควรรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน เพื่อช่วยในการวางแผนการทำงาน และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจต่อการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติ เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต