Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การวิจัยเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของภาครัฐโดยใช้เกณฑ์ Ecovillag

สุริยน ศิริธรรมปิติ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การเคหะแห่งชาติได้ริเริ่มโครงการพัฒนาชุมชนน่าอยู่น่าสบายอย่างยั่งยืน หรือ Ecovillage โดยได้มอบหมายที่ปรึกษาโครงการคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร เป็นผู้พัฒนาเกณฑ์การประเมิน Ecovillage ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555 แต่หลังจากได้ทดลองนำเกณฑ์ Ecovillage ไปเป็นแนวทางในการออกแบบ และจัดทำโครงการพบว่าในบางหัวข้อ ยังไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง ด้วยข้อจำกัดที่แตกต่างกันตามบริบท งบประมาณโครงการ ความรู้ความเข้าใจของบุคลากร และการจัดการโครงการภายในการเคหะแห่งชาติ ดังนั้นการเคหะแห่งชาติจึงได้ว่าจ้าง ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อนำเกณฑ์ Ecovillage มาพัฒนาปรับปรุงต่อยอด ผ่านการศึกษาปัญหาที่เกิดจากการใช้งานเกณฑ์ Ecovillage การศึกษาเกณฑ์อาคารเขียวทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง การทดลองใช้เกณฑ์ Ecovillage เดิมมาประเมินในโครงการจริงของการเคหะ และโครงการภาคเอกชน และประสานงานกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติ เพื่อระบุปัญหาและข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการใช้เกณฑ์ Ecovillage เดิม ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวทำให้สามารถกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำที่โครงการควรมี ซึ่งจะช่วยให้การออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการโครงการที่พักอาศัยของการเคหะแห่งชาติดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถใช้ได้จริงกับทุกโครงการของการเคหะแห่งชาติ โดยยังคงแนวคิดเดิมคือลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระบวนการวิจัยจะประกอบด้วย การรวบรวมผลการศึกษาเกณฑ์อาคารเขียวต่างๆ การจำลองโมเดลพลังงาน การวิเคราะห์ต้นทุนค่าก่อสร้างที่เกิดขึ้น ประกอบกับการสำรวจข้อคิดเห็นต่างๆ ทั้งจากการสนทนากลุ่มเพื่อระดมความเห็นกับคณะทำงานของการเคหะแห่งชาติ และการอภิปรายร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูงของการเคหะแห่งชาติ เพื่อทำการปรับปรุงและพัฒนาเกณฑ์ในขั้นสมบูรณ์ โดยเกณฑ์ Ecovillage ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่นั้น ได้ทำการปรับปรุงให้เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการโครงการของการเคหะแห่งชาติมากขึ้น และง่ายต่อการนำไปใช้มากขึ้น ผลจากการศึกษาข้างต้นพบว่าการปรับปรุงเกณฑ์ต้องคำนึงถึง 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ ไม่สร้างภาระด้านเวลา หรือเอกสารให้แก่สถาปนิกและวิศวกรผู้ออกแบบของการเคหะแห่งชาติ หลีกเลี่ยงการคำนวณทางฟิสิกส์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้ออกแบบอาคารทั่วไปจะทำได้ เน้นการใช้ระบบการประเมินตนเอง หรือ Self-Assessment แทนการใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาตรวจประเมิน และ ลดขั้นตอนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะทางในการจำลองประสิทธิภาพพลังงานและแสงสว่าง โดยทางคณะผู้วิจัย มีความเห็นว่าต้องเป็นลักษณะแบบ Prescriptive หรือเช็คลิสต์สิ่งที่ต้องดำเนินการเป็นข้อๆ ไป และต้องเป็นรูปแบบที่ผู้ออกแบบสามารถทำการประเมินแบบได้ด้วยตัวเอง เกณฑ์ Ecovillage ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ แบ่งหัวข้อตามระดับการประเมินซึ่งแบ่งออกได้ 2 ประเภทดังนี้ ข้อบังคับ ซึ่งเป็นข้อที่ทางทีมผู้วิจัยได้ศึกษาวิเคราะห์ตามกระบวนการต่างๆ พบว่าควรมีอยู่ในโครงการ และสามารถนำมาแบ่งเกณฑ์ได้เป็นระดับ 4 ตามความเหมาะสม ซึ่งในระดับ Certify ผู้ออกแบบต้องดำเนินตามที่ระบุไว้ทุกข้อ และสำหรับระดับที่สูงขึ้นจะมีสิ่งที่ต้องดำเนินการเพิ่มขึ้นไปทีละขั้น เช่น ถ้าโครงการต้องการได้รับรองระดับ Silver จะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดทุกของระดับ Certify และเพิ่มข้อกำหนดในระดับ Silver และถ้าเป็นระดับ Platinum ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จะต้องดำเนินการข้อกำหนดครบทุกข้อ ตามเช็คลิสต์ของแต่ละระดับ และ ข้อเลือกทำ หากโครงการไม่สามารถดำเนินการตามข้อบังคับตามเช็คลิสต์ได้ ผู้วิจัยได้เปิดโอกาสให้ใช้เกณฑ์ในหมวด Innovation เพื่อนำมาทดแทนได้ แต่จำนวนข้อที่เปิดโอกาสให้ทดแทนจะแตกต่างกันไปตามระดับ ผลของการจัดทำโครงการพักอาศัยแนวราบด้วยเกณฑ์ Ecovillage พบว่าจะช่วยลดพลังงานได้ 20.84% สำหรับระดับ Certify 24.01% สำหรับระดับ Silver 24.90% สำหรับระดับ Gold และ 37.63% สำหรับระดับ Platinum และในโครงการพักอาศัยแนวดิ่ง 9.52% สำหรับระดับ Certify และระดับ Silver 10.83% สำหรับระดับ Gold และ 20.27% สำหรับระดับ Platinum ในส่วนของค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการจัดทำโครงการด้วยเกณฑ์ Ecovillage พบว่าค่าก่อสร้างในโครงการพักอาศัยแนวราบจะเพิ่มขึ้น 0.65% สำหรับระดับ Certify 1.25% สำหรับระดับ Silver 1.66% สำหรับระดับ Gold และ 8.00% สำหรับระดับ Platinum ในโครงการพักอาศัยแนวดิ่ง ไม่มีค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นสำหรับระดับ Certify และ ระดับ Silver เพิ่มขึ้น 0.07% สำหรับระดับ Gold และ 0.90% สำหรับระดับ Platinum โดยทั้งนี้อาคารพักอาศัยแนวตั้งจะสามารถผ่านเกณฑ์ได้โดยมีค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าอาคารพักอาศัยแนวราบ

คำสำคัญ

Sustainable DevelopmentConstructionการพัฒนาที่ยั่งยืนHousingGreen buildingอาคารเขียวที่พักอาศัยการก่อสร้าง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

Ecovillage : การพัฒนาเกณฑ์การออกแบบและประเมินโครงการชุมชนยั่งยืน

อรรจน์ เศรษฐบุตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่น่าสบายอย่างยั่งยืน(Eco-Village)

ทนงศักดิ์ วิกุล การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2557

การศึกษาผลการใช้คู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อมศึกษาชุมชน

ปพิชญา ประภาร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2560

โครงการจัดทำแนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นางจำเนียร ดุริยประณีต การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2553

การมีส่วนร่วมของชุมชนในการวิจัยและพัฒนา รูปแบบการจัดการ การทำเกษตรแนวอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปิยพงศ์ บางใบ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2553

โครงการจัดทำแนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาต้นแบบพวงหรีดเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

รุจิราภา งามสระคู มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พ.ศ. 2561

การศึกษารูปแบบการสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศชุมชนบนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น

จิตติมา เจือไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2561

รูปแบบการจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะ โดยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายสถานศึกษากับองค์กรชุมชน ตําบลป่าคาย จังหวัดอุตรดิตถ์

ฉัตรนภา พรหมมา พ.ศ. 2557

โครงการวิจัยเพื่อการจัดทำข้อเสนอการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับนักเรียนและประชาชน

นางจำเนียร ดุริยประณีต การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2552