โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดการความรู้เรื่องที่อยู่อาศัยและวิถีการอยู่อาศัยผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น ( พื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ภาคกลาง พื้นที่ภาคใต้)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาคเหนือ งานวิจัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการเคหะแห่งชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญที่ต้องสำรวจศึกษาเก็บรวบรวมองค์ความรู้เรื่องที่อยู่อาศัยและวิถีการอยู่อาศัยที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษมาจัดเก็บในฐานข้อมูลและผลิตสื่อสารสนเทศในรูปแบบต่างๆ เผยแพร่ให้สาธารณชนได้เรียนรู้และนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงอยู่ต่อไป การดำเนินงานวิจัยใช้แนวทางจากโครงการนำร่องที่ดำเนินการไปแล้วคือ โครงการศึกษารูปแบบและวิธีการจัดทำชุดองค์ความรู้เรื่องที่อยู่อาศัยและวิถีการอยู่อาศัย กรณีศึกษา อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยศึกษาสำรวจรังวัดเก็บข้อมูลเพื่อจัดการความรู้จากเรือนพื้นถิ่นแบบประเพณีดั้งเดิมจำนวน 18 หลัง จาก 15 ชุมชนใน 10 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ผลการศึกษาพบว่าด้านการตั้งถิ่นฐาน มีปัจจัย 4 ด้านที่ทำให้เกิดลักษณะเฉพาะของพื้นที่ ได้แก่ ปัจจัยด้านการเมืองการปกครอง ปัจจัยด้านกายภาพ ปัจจัยด้านสังคม และปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ส่วนด้านรูปแบบเรือน พบเรือน 4 ประเภท ได้แก่ เฮือนบ่ะเก่าจั่วแฝด เฮือนบ่ะเก่าจั่วเดี่ยว เฮือนสมัยกลาง และเฮือนกาแล โดยเรือนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 72 เป็นเฮือนบ่ะเก่าจั่วแฝด และพบเฮือนกาแลซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฮือนล้านนาที่สำคัญเพียงหลังเดียว องค์ประกอบในบริเวณบ้าน และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของเรือนที่สำรวจยังคงมีหลงเหลือให้เห็นและบางอย่างยังคงใช้งานอยู่ในชีวิตประจำวันหลายอย่าง แต่พบการเปลี่ยนแปลงบ้างตามวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ผลการจัดการความรู้ ได้จัดทำสื่อสารสนเทศใน 4 รูปแบบ ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทโปสเตอร์ขนาด 24”x36” จำนวน 20 แผ่น เพื่อใช้สำหรับการนำเสนอข้อมูล องค์ความรู้ที่เป็นรายละเอียดของชุมชนในพื้นที่โครงการในภาพรวม วิถีการอยู่อาศัย และเรือนไม้ในแต่ละหลัง ใช้สำหรับการจัดแสดงหรือติดแสดง การจัดนิทรรศการเพื่อการเผยแพร่ สื่อวีดีทัศน์ จำนวน 3 เรื่อง เพื่อการนำเสนอข้อมูลที่เป็นภาพเคลื่อนไหวประกอบเสียงบรรยาย สื่อเว็บไซต์ จำนวน 1 เว็บไซต์ เพื่อการจัดเก็บรวบรวมองค์ความรู้ ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดของโครงการ และนำเสนอรายละเอียดขององค์ความรู้ทั้งหมด ประกอบด้วยภาพถ่าย, ภาพกราฟิก, ตัวหนังสือบรรยาย, ภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงบรรยาย รวมถึงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นภาพ 3-มิติ เชื่อมโยงเข้ากับระบบฐานข้อมูลสารสนเทศขององค์กร สะดวกต่อการสืบค้นข้อมูล และสื่อหนังสืออิเลคทรอนิคส์ จำนวน 1 เล่ม นำเสนอข้อมูลอย่างละเอียดของข้อมูลทั้งหมด เพื่อการจัดแสดงทั้งในระบบออนไลน์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และการจัดแสดงในห้องนิทรรศการ ภาคใต้ “โครงการศึกษาวิจัยเพื่อการจัดการความรู้เรื่องที่อยู่อาศัย และวิถีการอยู่อาศัยผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น พื้นที่ภาคใต้” เป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัยที่มุ่งหมายเพื่อทำการศึกษาข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นต่างๆ ที่มีต่อสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรือนที่อยู่อาศัย ตลอดจนปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิถีชีวิต และนิเวศน์วิทยาสิ่งแวดล้อมซึ่งหล่อหลอมให้แต่ละพื้นที่มีการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรือนที่อยู่อาศัยที่มีความแตกต่างกันไปตามบริบทแวดล้อม ก่อตัวเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมเฉพาะท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ และทรงคุณค่าต่อการเรียนรู้เพื่อนำองค์ความรู้มาประยุกต์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และการธำรงรักษาอัตลักษณ์ของท้องถิ่นไว้เป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมในการพัฒนาในมิติต่างๆ ต่อไป การศึกษาวิจัยนี้เน้นกระบวนการวิจัยภาคสนามในพื้นที่ศึกษา ใน 9 ตำบล คือ ต.ทะเลน้อย ต.พนางตุง อ.ควนขนุน, ต.ลำปำ ต.หานโพธิ์ ต.คลองขุด อ.เมืองฯ, ต.จองถนน อ.เขาชัยสน, ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว, ต.ปากพะยูน ต.ฝาละมี ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน ครอบคลุมทุกอำเภอในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในเขตการปกครองของจังหวัดพัทลุง ทั้งนี้ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการวิจัยที่ต้องการทราบข้อมูลในลักษณะของภาพรวมอันเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของพื้นที่จึงจำเป็นต้องใช้เรือนกรณีศึกษามากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้เกิดความหลากหลายของกรณีศึกษา และรูปแบบทางสถาปัตยกรรมก่อนที่จะนำมาสู่ขั้นตอนการอภิปราย วิเคราะห์ผล และสรุปเป็นองค์ความรู้ว่าด้วยพัฒนาการ และรูปแบบของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่อยู่อาศัยทรงคุณค่าในจังหวัดพัทลุง โดยมีเรือนที่ทำการศึกษา สำรวจรังวัด บันทึกภาพ ตลอดจนการสัมภาษณ์เจ้าของเรือน รวมทั้งสิ้น 58 หลัง โดยจำแนกเป็นกรณีศึกษาใน อ.ควนขนุน คือ ต.พนางตุง 9 หลัง, ต.ทะเลน้อย 3 หลัง, อ.เมือง คือ เทศบาลลำปำ 19 หลัง, ต.ลำปำ 3 หลัง ต.หานโพธิ์ 7 หลัง อ.เมืองฯ, อ.เขาชัยสน คือ ต.คลองขุด 1 หลัง, ต.จองถนน 7 หลัง, อ.บางแก้ว คือ ต.นาปะขอ 3 หลัง, อ.ปากพะยูน คือ ต.ฝาละมี จำนวน 6 หลัง ในการวิจัยได้พบองค์ความรู้ใหม่จำนวนมากที่เกี่ยวเนื่องกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรือนที่อยู่อาศัย และสภาพแวดล้อมสรรค์สร้างอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ และได้สรุปผลการวิจัยเป็นลักษณะของรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว โครงการวิจัยยังได้จัดทำฐานข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ศึกษา ตลอดจนวิถีชีวิตการอยู่อาศัย ระบบพิกัดทางภูมิศาสตร์ การสำรวจรังวัด สถาปัตยกรรมโดยละเอียดเพื่อนำมาจัดทำแบบสถาปัตยกรรม 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลอันจะนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ นอกจากนี้ เพื่อให้งานวิจัยที่ดำเนินการนั้นเป็นประโยชน์สู่สาธารณะอย่างแท้จริง ทั้งในวงการวิชาการ วงการวิชาชีพ ตลอดจนผู้ที่สนใจ ในการนี้ ผู้วิจัยจึงได้ผลักดันให้นำไปสู่การเผยแพร่ในลักษณะบทความวิจัยเพื่อการเผยแพร่ความรู้ในวงวิชาการและวิชาชีพ และมีการจัดทำสื่อการเรียนรู้ประเภทต่างๆ อาทิ เวปไซต์ สื่อผสม (Multimedia) ประเภทสื่อวีดีทัศน์ นิทรรศการโปสเตอร์ หนังสือ และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการเผยแพร่สู่สังคมและสาธารณะอย่างแพร่หลาย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรือนพื้นถิ่นเป็นสถาปัตยกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในแต่ละภูมิภาค การศึกษาที่อยู่อาศัยเพื่อทำความเข้าใจกับสภาพแวดล้อม ธรรมชาติของที่ตั้ง ตั้งแต่ระดับชุมชน จนถึงระดับบ้านพักอาศัยทำให้ทราบถึงความสัมพันธ์และความสอดคล้องกันของที่อยู่อาศัยกับเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ สังคม-วัฒนธรรม และเข้าใจการปรับตัวและยอมรับเงื่อนไขอันเกิดจากสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่อยู่อาศัยและเทคนิคในการก่อสร้างในปัจจุบัน ทำให้เอกลักษณ์ของที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงและได้ส่งผลกระทบต่อองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาในการก่อสร้างบ้านเรือนซึ่งนับวันก็จะสูญหายไป ดังนั้น โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดการความรู้เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านที่อยู่อาศัยและวิถีชีวิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงจัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านรูปแบบที่อยู่อาศัยและวิถีการอยู่อาศัยของคนอีสาน โดยการจัดการความรู้ในรูปแบบสื่อลักษณะต่างๆ เพื่อให้พร้อมในการนำไปใช้สำหรับเผยแพร่ให้สาธารณชนได้เรียนรู้ นำไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งพัฒนาต่อยอดเพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย โครงการจึงทำการเก็บตัวอย่างเรือนพื้นถิ่นที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งสะท้อนถึงพัฒนาการในการอยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเลย โดยเลือกสำรวจเรือนทั้งหมดจำนวน 15 หลัง กระจายตัวอยู่ตลอดแนวที่ราบลุ่มน้ำในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ภูหลวง อ.วังสะพุง อ.เมืองเลยและอ.เชียงคาน ผลการศึกษาพบว่า การตั้งถิ่นฐานของชุมชนบริเวณลุ่มน้ำเลยยังคงมีที่อยู่อาศัยที่มีเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถพบรูปแบบที่อยู่อาศัยที่สะท้อนถึงการดำเนินชีวิตของผู้คนที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมกายภาพและด้านสังคม-วัฒนธรรม พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นที่รวมของกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ได้แก่ ไทเลย ไทดำและไทพวน ซึ่งมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาพบว่า มีทั้งเรือนพื้นถิ่นที่มีรูปแบบตามแบบประเพณีตามแบบแผนของภาคอีสาน เช่น เรือนเซียหรือเรือนเกย และเรือนรูปแบบที่มีการปรับตัวผสมผสานกับวัฒนธรรมในชุมชนเมืองที่มีรูปแบบเป็นเรือนมุขหลังคาปั้นหยาและเรือนใต้ถุนต่ำ เป็นต้น ขณะที่วิธีการก่อสร้างและที่มาของวัสดุสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในการจัดสรรและใช้ทรัพยากรที่อยู่ในท้องถิ่นที่เป็นการประสานความสัมพันธ์ประเด็นทางสังคมและการก่อรูปของกายภาพที่อยู่อาศัยผ่านภูมิปัญญาช่างในท้องถิ่นได้อย่างพอดีและมีความยั่งยืน ภาคกลาง สถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยในแต่ละท้องถิ่นนอกจากจะสะท้อนให้เห็นความซับซ้อนทางสังคมวัฒนธรรมในแต่ละท้องที่แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาในการอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อม รวมถึงการใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีในการก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม บ้านเรือนที่เกิดจากการสั่งสมภูมิปัญญาเหล่านี้มีการปรับตัวไปตามเงื่อนไขทางสังคมและสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น อย่างไรก็ตามท่ามกลางกระแสการพัฒนาของประเทศในช่วงที่ผ่านมา บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของแต่ละชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงและมีจำนวนลดลงอย่างมากในหลายท้องที่ การเคหะแห่งชาติ โดยฝ่ายวิชาการพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้ตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษด้านการสร้างที่อยู่อาศัยต่างๆเหล่านี้ “โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดการความรู้เรื่องที่อยู่อาศัย และวิถีการอยู่อาศัยผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่น (พื้นที่ภาคกลาง)” จึงเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้รูปแบบที่อยู่-อาศัยและวิถีการอยู่อาศัยของคนไทยในภาคกลาง มาจัดการความรู้ ประมวลเป็นชุดองค์ความรู้ แล้วผลิตเป็นสื่อในรูปแบบต่างๆเผยแพร่ให้สาธารณชนได้เรียนรู้ และนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป โครงการวิจัยนี้ได้ทำการเลือกศึกษาและสำรวจบ้านเรือนพื้นถิ่นที่มีลักษณะแบบประเพณีดั้งเดิม ในเบื้องต้นจำนวน 30 หลัง และในรายละเอียดจำนวน 15 หลัง และ 5 หลัง โดยวิธีการสังเกตและสัมภาษณ์ ในบ้านละหานใหญ่ (หมู่ 5) ตำบลตำหรุ และบ้านไร่สะท้อน (หมู่ 4) ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ศึกษาที่ยังคงบ้านเรือนที่มีศักยภาพการดำรงอยู่ของคุณค่าศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของท้องถิ่น จากการศึกษาพบข้อคิดสำคัญที่สามารถกล่าวได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ลักษณะและองค์ประกอบในภูมิทัศน์ของบ้านในพื้นที่ศึกษา ซึ่งมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศ ทรัพยากร และวิถีชีวิตของท้องถิ่น องค์ประกอบเหล่านี้มีการปรับเปลี่ยนตามเงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะสะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงสังคมของท้องถิ่นและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของท้องถิ่นแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ยังคงความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการประกอบอาชีพทางการเกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจ-พอเพียง ส่วนที่สอง คือ ลักษณะเรือน เรือนไทยเมืองเพชรในพื้นศึกษาส่วนใหญ่ยังคงมีลักษณะตามแบบแผนประเพณีของท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรือนไม้ยกพื้นสูง หลังคาทรงสูงในลักษณะจั่วคู่ของเรือนประธานและหอหน้า ล้อมรอบด้วยระเบียงข้าง ในบางเรือนจะพบหอพระ ซึ่งโดยมากเป็นเรือนขวางกับเรือนประธานและหอหน้า นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดองค์ประกอบที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์เฉพาะตามวิถีในการอยู่อาศัยและความเชื่อตามของท้องถิ่นและตามบรรพบุรุษของแต่ละครัวเรือน แม้ว่าส่วนใหญ่ยังคงมีลักษณะตามแบบแผนของท้องถิ่น เรือนเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ การเปลี่ยนแปลงในเรือนชั้นบน ซึ่งมักเป็นในแนวทางอนุรักษ์และสร้างความสอดคล้องกับลักษณะทางสถาปัตยกรรมในรูปแบบประเพณีของท้องถิ่น โดยเฉพาะบริเวณระเบียงข้าง ซึ่งมีลักษณะที่กดต่ำ ทำให้สัดส่วนเรือนในชั้นบนเกิดสุนทรียภาพของความลดหลั่นของรูปทรงเรือนกับสภาพแวดล้อม ส่วนที่สอง คือ บริเวณใต้ถุนเรือน ซึ่งพบได้โดยทั่วไปในชุมชน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของท้องถิ่น แต่ก็ยังคงรักษาคุณลักษณะการเปิดโล่งของเรือนเอาไว้ได้และยังแสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อสิ่งที่มีคุณค่าดั้งเดิม จากการศึกษาพบว่าแม้ว่าวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับเรือนในพื้นที่ศึกษามีการเปลี่ยนแปลงไป แต่เรือนเหล่านี้ยังคงสะท้อนให้เห็นทั้งการอนุรักษ์ความเป็นประเพณีและการปรับตัวตามวัสดุและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยยังสามารถสร้างให้เกิดสุนทรียภาพทางสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ในส่วนของการจัดการความรู้ ข้อมูลการศึกษาที่ได้รับทั้งหมดถูกนำมาประมวลและจัดทำเป็นชุดสื่อองค์-ความรู้ใน 5 รูปแบบ คือ 1) สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทโปสเตอร์ จำนวน 18 แผ่น 2) สื่อวีดีทัศน์ จำนวน 3 เรื่อง 3) สื่อเว็บไซต์ จำนวน 1 เว็บไซต์ 4) สื่อหนังสืออิเลคทรอนิกส์ จำนวน 1 เล่ม และ 5) สื่อบริการบนเครือข่ายสังคมในรูปแบบ Facebook Page ของโครงการวิจัยฯ ที่นอกจากจะบรรจุข้อมูลโครงการฯแล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงสู่ระบบสารสนเทศของการเคหะแห่งชาติและโครงการฯอีกทั้ง 4 ภาคด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างเครือข่ายของนักวิชาการและผู้สนใจมีความกว้างขวางมากยิ่งขึ้น