Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

ความสัมพันธ์ระหว่างความยืดหยุ่นของหลอดเลือด การทำงานของเซลล์เอนโดทีเลียม และตัวชี้วัดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน

ปาจรีย์ จริยวิลาศกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ที่มา ปัจจัยเสี่ยงทางโรคหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ ที่ค้นพบขึ้นใหม่ (emerging cardiovascular risk factors) ได้แก่ การลดความยืดหยุ่นของหลอดเลือด (arterial stiffness) ความผิดปกติของการทำงานของเซลล์เอนโดทีเลียม (endothelial dysfunction) อาจมีส่วนสำคัญในการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ วัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อศึกษาความแตกต่างในด้านค่าเฉลี่ยของความไม่ยืดหยุ่นของหลอดเลือดและความผิดปกติของการทำงานของเซลล์เอนโดทีเลียมในผู้ป่วยไทยที่มีหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม วิธีการศึกษา ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย และกลุ่มควบคุมที่มีอายุและเพศเข้ากันได้กับผู้ป่วย ได้รับการวัดความไม่ยืดหยุ่นของหลอดเลือดโดยใช้ SphygmoCor apparatus และวัดความผิดปกติของการทำงานของเซลล์เอนโดทีเลียมวัดโดยเครื่องมือ EndoPAT-2000 system ในระหว่างที่เข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน และที่ 6 เดือนหลังจากการเกิดโรค ผลการศึกษา ผู้ป่วย 40 รายและกลุ่มควบคุม 36 ราย พบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลันมีค่าความไม่ยืดหยุ่นของหลอดเลือดสูงกว่ากลุ่มควบคุม (CF-PWV 10.50?2.96 m/s และ 8.24?1.77 m/s ตามลำดับ, p = 0.000) ในทางตรงกันข้ามพบว่าผู้ป่วยมีความผิดปกติของการทำงานของเซลล์เอนโดทีเลียมน้อยกว่ากลุ่มควบคุม (RHI 2.30?0.65% และ 2.02?0.60% ตามลำดับ, p = 0.056) เมื่อได้ทำการพิจารณาค่าความดันโลหิตร่วมด้วยพบว่าค่าความไม่ยืดหยุ่นของหลอดเลือดของผู้ป่วยนั้นสูงกว่ากลุ่มควบคุมจริง และเมื่อติดตามผู้ป่วยต่อไปอีกเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าค่าความไม่ยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลง แต่ยังคงสูงกว่ากลุ่มควบคุม สรุปผลการศึกษา ค่าความไม่ยืดหยุ่นของหลอดเลือดของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบสูงกว่ากลุ่มควบคุม แต่ไม่พบความผิดปกติของการทำงานของเซลล์เอนโดทีเลียมในกลุ่มผู้ป่วย

คำสำคัญ

StrokeNitric oxideArterial stiffnessHomocysteineendothelial dysfunctionAsymmetric dimethylarginineTotal antioxidant status

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ความเครียดกับโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากการ อุดตันของหลอดเลือด

จินตนา วัฒนธร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2561

ผลการลดเกร็งของแขนและมือในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากการเหยียดยืดเอ็นและกล้ามเนื้อแบบ นิวโรฟิสิโอโลจิกเปรียบเทียบกับการเหยียดยืดแบบออร์โธปิดิคส์: รายงานการวิจัยเบื้องต้น

วิษณุ กัมทรทิพย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดแคโรติดตีบ ที่มีความสำคัญในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด

พรภัทร ธรรมสโรช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2552

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกิจกรรมทางกายของผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ที่ได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจ

วัลภา คุณทรงเกียรติ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2561

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการตีบซ้ำของหลอดเลือดหัวใจในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ใส่ขดลวดค้ำยัน

ณัฐกฤตา ศิริโสภณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

ความชุกและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเป็นภาระ ของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

นิรชา ภูวธนารักษ์ มูลนิธิสถาบันประเทศไทยศตวรรษที่21 พ.ศ. 2563

ความสัมพันธ์ระหว่างความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ กับความบกพร่องทางระบบประสาทสั่งการและระดับความพิการในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือดระยะเรื้อรัง

วรุณนภา ศรีโสภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2563

การประสานสัมพันธ์ของการเอื้อมและการหยิบจับด้วยแขนข้างอ่อนแรงของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง: ความเข้าใจลึกซึ้งจากการใช้สิ่งกีดขวาง

รุ่งทิวา วัจฉละฐิติ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557

ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์ต่อการปรับตัวด้านร่างกายของผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองในระยะฟื้นฟูสภาพ

สุรชาติ สิทธิปกรณ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2558

โครงการ การศึกษาผลของการฝึกออกกำลังกายต่อการลดลงของหลอดเลือดในสมองของหนูแก่: บทบาทของวีอีจีเอฟในการส่งสัญญาณการเกิดหลอดเลือดใหม่

ชีพสุมน วิบูลย์วรกุล มหาวิทยาลัยรังสิต พ.ศ. 2559