การพัฒนาโภชนเภสัชภัณฑ์ที่มีสมบัติป้องกันการก่อมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยใช้ข้าวที่เปลี่ยนรูปทางชีวภาพด้วยยีสต์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ทุกสายพันธุ์สามารถผลิตและมีกิจกรรมของเอนไซม์เบต้ากลูโคสิเดสที่ดีในช่วงเวลา 12-48 ชั่วโมง และยีสต์ S. cerevisiae (SCS) ที่ได้จากน้าผลไม้บรรจุขวดพลาสติกถูกคัดเลือกเพื่อนามาศึกษาปัจจัยที่เหมาะสมในการผลิตและมีกิจกรรมของเอนไซม์สูงสุดภายใต้สภาวะกรด-ด่างหรือพีเอช 4.0 อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส และมีความเข้มข้นเกลือโซเดียมคลอไรด์ร้อยละ 0.5 น้าหนักโดยปริมาตร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ สายพันธุ์ข้าวก่าพื้นเมืองที่ปลูกในจังหวัดเชียงใหม่ถูกคัดเลือกมาใช้เป็นวัตถุดิบในการหมักเพื่อเปลี่ยนรูปสารพฤกษเคมีในข้าวด้วยยีสต์ S. cerevisiae และตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงสารสาคัญในข้าว ผลการศึกษากระบวนการหมักภายใต้สภาวะที่เหมาะสม พบว่าสารสาคัญกลุ่มที่มีขั้ว มีการเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาการหมัก โดยที่เวลา 24 ชั่วโมงมีการเปลี่ยนรูปสารกลุ่มแอนโธไซยานินในรูปแบบไกลโคไซด์ไปเป็นรูปแบบอะไกลโคนเกิดขึ้นได้มากที่สุด ส่วนสารสาคัญกลุ่มที่ไม่มีขั้วในน้ามันราข้าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมากตลอดระยะเวลาการหมัก เมื่อพิจารณาฤทธิ์ทางชีวภาพในการต้านอนุมูลอิสระโดยการศึกษาภายใต้สภาวะหลอดทดลองทั้ง 6 แบบ ได้แก่ การศึกษาฤทธิ์ต้านออกซิเดชันโดยการขจัดอนุมูลอิสระ ABTS และ DPPH การศึกษาฤทธิ์ยับยั้งการเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชัน การศึกษาความสามารถในการเป็นตัวริดิวซ์ และการศึกษาการขจัดอนุมูลอิสระซุปเปอร์ออกไซด์และไนตริกออกไซด์ แสดงให้เห็นว่าความสามารถในการยับยั้งอนุมูลอิสระมีมากที่สุดเมื่อข้าวกล้องก่าพื้นเมืองผ่านการหมักเป็นเวลา 24 ชั่วโมง การศึกษาความสามารถของสารสกัดข้าวก่าพื้นเมืองที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการหมักต่อการยับยั้งและป้องกันการเกิดลาไส้อักเสบในสัตว์ทดลองเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยพิจารณาตัวชี้วัดการอักเสบในเลือดส่วนของซีรั่มของสัตว์ทดลอง ผลพบว่าตัวชี้วัดด้านการอักเสบและการทาลายเซลล์ลาไส้ ได้แก่ อินเตอร์ลิวคิน-6 (IL-6) และ MDA มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในหนูกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนาให้เกิดลาไส้อักเสบแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม และจะมีปริมาณลดลงในหนูกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนาให้เกิดลาไส้อักเสบที่ได้รับสารสกัดข้าวก่า ในขณะที่ตัวชี้วัดด้านการต่อต้านการอักเสบ ได้แก่ อินเตอร์ลิวคิน-10 (IL-10) และเอนไซม์คาตาเลส มีปริมาณลดลงในกลุ่มหนูกลุ่มที่ถูกเหนี่ยวนาให้เกิดลาไส้อักเสบแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) เมื่อเทียบกับหนูกลุ่มควบคุม โดยสารสกัดข้าวก่าส่วนที่มีขั้วจะสามารถลดการอักเสบได้มากกว่าสารสกัดข้าวก่าส่วนที่ไม่มีขั้ว ซึ่งสอดคล้องกับผลทางพยาธิวิทยา ดังนั้น สารสกัดข้าวก่ามีคุณสมบัติในการยับยั้งและป้องกันการเกิดลาไส้อักเสบในสัตว์ทดลองได้ โดยสารสกัดข้าวก่าส่วนที่มีขั้วจะมีฤทธิ์ทางชีวภาพในการยับยั้งและป้องกันที่ดีกว่าสารสกัดข้าวก่าส่วนที่ไม่มีขั้ว