กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การดัดแปรแป้งดิบถั่วเขียวด้วยปฏิกิริยาคาร์บอกซีเมทิชันด้วยกรดคลอโรอะซิติคร่วมกับการเชื่อมขวางด้วยกรดไดคลอโรอะซิติคในปริมาณต่างๆ ระหว่างร้อยละ 0.1 ถึง 10 โดยนํ้าหนักแป้ง ให้แป้งดัดแปรจำนวน 15 ตัวอย่าง ที่มีลักษณะปรากฏทั่วไปและสมบัติทางกายภาพเบื้องต้น เช่น ความชื้น ลักษณะแกรนูล และรูปแบบการเลี้ยวเบนรังสีเอกซ์ ไม่แตกต่างไปจากแป้งดิบ แต่มีการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถในการพองตัวและละลายได้ในนํ้าเย็น เกิดเป็นเจลที่มีความใส หนืด ในระดับต่างๆ เมื่อเตรียมในความเข้มข้นในช่วงร้อยละ 1 ถึง 5 โดยนํ้าหนัก แป้งคาร์บอกซีเมทิลที่เชื่อมขวางด้วยกรดไดคลอโรอะซิติคร้อยละ 8 ต่อนํ้าหนักแป้ง (CL-MB-8) ให้ความหนืดที่สูงสุด สูงกว่าแป้งคาร์บอกซีเมทิลที่ไม่เชื่อมขวาง (CL-MB-0) ประมาณ 1.5 เท่า เมื่อนำไปใช้เป็นสารก่อเจลในตำรับเจลพริก ที่สารสกัดพริกมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ พบว่าเมื่อใช้ในความเข้มข้นร้อยละ 5 ของตำรับ ให้ผลผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะดี มีความใสและความหนืดเหมาะสม มีความคงตัวดีทั้งหลังจากเตรียมเสร็จใหม่ หลังผ่านสภาวะวัฎจักรร้อน-เย็น และหลังการเก็บที่อุณหภูมิ 8 และ 45 องศาเซลเซียส จึงมีศักยภาพในการพัฒนาใช้ทดแทนสารก่อเจลเชิงพาณิชย์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ในขณะที่การทดสอบสมบัติการเป็นสารก่ออิมัลชัน พบว่า แป้ง CL-MB-8 ที่ความเข้มข้นร้อยละ 3 ในสูตรตำรับ สามารถก่ออิมัลชันที่คงตัวระหว่างนํ้ามันแร่ หรือสารสกัดพริกในนํ้ามันแร่กับนํ้าได้ โดยอิมัลชันที่เตรียมขึ้นมีลักษณะดี ไม่พบว่ามีการแยกชั้นเมื่อนำไปปั่นเหวี่ยง การตรวจสอบลักษณะหยดอนุภาคภายใต้กล้องจุลทรรศน์ที่กำลังขยาย 40X แสดงลักษณะของอิมัลชันชนิดนํ้ามันในนํ้า ที่มีขนาดอนุภาคสมํ่าเสมอ มีความคงตัวดีในช่วงระยะเวลาทดสอบ แป้งถั่วเขียวคาร์บอกซีเมทิลเชื่อมขวางจึงมีในศักยภาพในการพัฒนาเพื่อใช้เป็นสารก่ออิมัลชันชนิดใหม่ ที่ผลิตได้จากวัตถุดิบที่มีในประเทศต่อไป