การพัฒนาสารช่วยแตกตัวชนิดใหม่จากแป้งข้าวเจ้าดัดแปรชนิดคาร์บอกซีเมทธิลโดยกระบวนการเชื่อมขวางเพื่อใช้ในตำรับยาเม็ด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แป้งดิบข้าวเจ้า 9 สายพันธุ์ที่มีปริมาณอะมิโลสแตกต่างกันถูกนำมาดัดแปรเป็นแป้งข้าวเจ้าคาร์บอกซีเมทธิลเชื่อมขวางโดยปฏิกิริยาคาร์บอกซีเมทธิเลชันและเชื่อมขวาง โดยใช้สารทำปฏิกิริยาคือกรดคลอโรอะซิติคและโซเดียมไตรเมทาฟอสเฟต ปฏิกิริยาเป็นแบบต่อเนื่องในขั้นตอนเดียวภายใต้สภาวะที่เป็นด่าง ที่อุณหภูมิ 70?C เป็นเวลา 60 นาที โดยใช้เมทธานอลเป็นตัวทำละลาย นำแป้งดัดแปรที่เตรียมได้มาศึกษาสมบัติทางเคมีกายภาพ และสมบัติทางเภสัชกรรมที่เกี่ยวข้องกับเป็นสารช่วยแตกตัว เปรียบเทียบกับแป้งดิบ แป้งคาร์บอกซีเมทธิลที่ไม่ได้เชื่อมขวาง และสารช่วยแตกตัวเชิงพาณิชย์คือ ครอสคาร์เมโลสโซเดียม (แอค-ได-ซอล) และโซเดียมสตาร์ชกลัยโคเลต (เอกซ์โปลแทป) ผลการศึกษาพบว่า ภายใต้สภาวะการเตรียมที่ใช้ แป้งคาร์บอกซีเมทธิลและแป้งคาร์บอกซีเมทธิลเชื่อมขวางยังคงมีลักษณะแกรนูลเมื่อส่องดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเลคตรอน และความเป็นรูปผลึกที่ไม่แตกต่างจากแป้งดิบ แป้งคาร์บอกซีเมทธิลซึ่งมีระดับการแทนที่ระหว่าง 0.27 ถึง 0.31 สามารถละลายน้ำได้และเกิดเป็นเจล แต่เมื่อทำปฏิกิริยาการเชื่อมขวางร่วมด้วยจะทำให้การละลายน้ำลดลง แต่มีสมบัติในการดูดน้ำและพองตัวได้ในลักษณะเดียวกับแอค-ได-ซอล และเอกซ์โปลแทป ปริมาณสารเชื่อมขวางที่เหมาะสมสำหรับการเตรียมเป็นสารช่วยแตกตัวคือร้อยละ 5 ของน้ำหนักแป้งดิบ ซึ่งจะให้ค่าระดับการเชื่อมขวางระหว่าง 0.036 ถึง 0.062 โดยมีปริมาณฟอสฟอรัสในแป้งดัดแปรอยู่ระหว่างร้อยละ 0.34?0.02 ถึง 0.58?0.02 ในขณะที่ความหนืดของสารละลายแป้งดัดแปรเชื่อมขวาง 1%w/v มีค่าลดลงจากแป้งดัดแปรที่ไม่เชื่อมขวางระหว่าง 2 ถึง 33 เท่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างพันธุ์ข้าวเจ้าพบว่าแป้งคาร์บอกซีเมทธิลเชื่อมขวางที่เตรียมจากแป้งดิบคลองหลวง 1 มีความสามารถในการดูดน้ำสูงที่สุด และเมื่อใช้เป็นสารช่วยแตกตัวในปริมาณร้อยละ 3 ให้ระยะเวลาการแตกตัวสั้นที่สุด ในบรรดาแป้งข้าวเจ้าคาร์บอกซีเมทธิลเชื่อมขวางซึ่งแสดงระยะเวลาการแตกตัวระหว่าง 4.13 นาที ถึงมากกว่า 15 นาที โดยทุกชนิดมีการแตกตัวดีกว่าแป้งดิบ แต่ยังคงช้ากว่ายาเม็ดที่ใช้แอค-ได-ซอลและเอกซ์โปลแทปเป็นสารช่วยแตกตัว ปริมาณอะมิโลสในแป้งดิบมีผลต่อสมบัติการดูดน้ำและการพองตัวของแป้งดัดแปรที่เตรียมได้แต่ไม่สัมพันธ์กับความหนืดและระยะเวลาในการแตกตัว ค่ามุมการไหล อัตราการไหล และร้อยละความสามารถในการอัดตัวของผงแป้ง แสดงให้เห็นว่าแป้งดัดแปรทุกตัวมีการไหลค่อนข้างดี แต่มีความพองฟูมากกว่าแป้งดิบ โดยรวมแล้วแป้งข้าวเจ้าคาร์บอกซีเมทธิลเชื่อมขวางมีสมบัติในการใช้เป็นสารช่วยแตกตัวในตำรับยาเม็ดได้ ผลการทดลองนี้สามารถใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมจากวัตถุดิบที่หาได้ในประเทศ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยาซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าสารช่วยราคาสูงจากต่างประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบการเกษตรในประเทศด้วย