สารช่วยแตกตัวยวดยิ่งทางเลือกที่เตรียมจากพอลีเมธาครัยลิกแอซิดโคเอธิลีนไกลคอลไดเมธาครัยเลท
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<p>ในการวิจัยนี้พอลิเมธาครัยลิกแอซิด (MAA) โคเอธิลีนไกลคอลไดเมธาครัยเลท (EGD) หรือ MAGD รูปกรด (H), เกลือโซเดียม (Na) และเกลือโพแทสเซียม (K) ที่ระดับการเชื่อมโยง (EGD) 0.25-16 % ถูกสังเคราะห์และเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะด้วยฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (FTIR) การดูดซับน้ำ การพองตัว ประสิทธิภาพในการช่วยแตกตัว และความเป็นพิษต่อเซลล์คาโคทู ผลจากฟูเรียร์ทรานส์ฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปีแสดงให้เห็นว่าสามารถสังเคราะพอลิเมอร์ MAGD ในรูปกรด เกลือโซเดียมและเกลือโพแทสเซียมขึ้นได้ เมื่อสัมผัสกับน้ำพอลิเมอร์ MAGD จะดูดน้ำและพองตัว โดยพอลิเมอร์รูปเกลือโซเดียมและเกลือโพแทสเซียมดูดน้ำและพองตัวได้มากกว่าพอลิเมอร์รูปกรด ความสามารถในการดูดน้ำและพองตัวจะลดลงเมื่อพอลิเมอร์มีระดับการเชื่อมโยงเพิ่มขึ้น การใส่พอลิเมอร์ในยาเม็ดหลอกไมโครคริสตาลลีนเซลลูโลสพบว่าช่วยทำให้เม็ดยาแตกตัวเร็วขึ้น โดยประสิทธิภาพในการช่วยแตกตัวขึ้นกับรูปเกลือและระดับการเชื่อมโยงของพอลิเมอร์ และเมื่อศึกษาเพิ่มเติมกับพอลิเมอร์ MAGD รูปเกลือโซเดียมที่ระดับการเชื่อมโยง 16 % ยังพบว่าประสิทธิภาพในการช่วยแตกตัวขึ้นกับความเข้มข้นของพอลิเมอร์ สารหล่อลื่นแมกนีเซียมสเตียเรต และชนิดของสารช่วยตอกอีกด้วย จากการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์พบว่าพอลิเมอร์ MAGD รูปเกลือโซเดียมที่ระดับการเชื่อมโยง 16 % ไม่เป็นพิษต่อเซลล์คาโคทู เมื่อใส่พอลิเมอร์ดังกล่าวปริมาณ 2.5 และ 10 % ในยาเม็ดโพรพราโนลอลไฮโดรคลอไรด์ 20 มิลลิกรัมและพาราเซตามอล 375 มิลลิกรัม พบว่ามีเพียงยาเม็ดโพรพราโนลอลไฮโดรคลอไรด์ 20 มิลลิกรัมที่สมบัติทางกายภาพและการละลายยายอมรับได้ตามเภสัชตำรับ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าพอลิเมอร์ MAGD มีศักยภาพเป็นสารช่วยแตกตัวที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับยาเม็ด</p>