กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ในการวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาปริมาณของสารทุติขภูมิชนิดเอทราโนริน (C.H.O.) ในไลเคน สองชนิด คือ Pyxine cocoes (Sw.) Nyl. และ Dirimaria picta (Sw.) Clem. & Schear uaะ An11 ผลกระทบของการตกสะสมของกรดที่มีต่อผลึกแคลเซียมออกซาเลทบนผิวหน้าของแทลลัสของ ไลเคนทั้งสองชนิดในจังหวัดลำปาง รวม 20 พื้นที่ศึกษา แบ่งเป็น 14 พื้นที่ศึกษาในเขตเมืองลำปาง และ 6 พื้นที่ศึกษาโดยรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยศึกษาในเดือน กรกฎาคม 2558 และ พฤษภาคม 2559 เก็บตัวอช่างไลเคนทั้งสองชนิดในแต่ละพื้นที่ศึกยาบบต้นมะม่วง (Mangifera indica L.) จำนวน 6 ต้น ในแต่ละพื้นที่ศึกษา และหาความเข้มข้นของปริมาณเอทราโนรินในแทลลัสของตัวอย่างไลเคนที่ทำ การเก็บ โดยใช้เทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC) เพื่อหาผลกระทบของสภาพ สิ่งแวดล้อมที่อาจมีผลต่อปริมาณของเอทราโนรินที่พบในแทลลัส จากผลการศึกษาความเข้มขั้นของ เอทราโนรินในไลเคนทั้งสองชนิด พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติติที่ระดับความ เชื่อมั่น 95 % จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มขั้นของสารเอทราโนรินและปัจจัยทาง กายภาพ เช่น ระดับความสูงของพื้นที่ ค่าความเป็นกรดค่างของเปลือกไม้ ค่าการนำไฟฟ้า และการใช้ พื้นที่บริเวณรอมต้นไม้ที่ทำการเก็บตัวอย่างไลเคน ไม่พบความสัมพันธ์กันในการศึกษาครั้งนี้ อย่างไร ก็ตามพบความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเอทราโนรินกับพื้นที่ริมตลิ่ง ซึ่งมีความชื้นสูง ในส่วนของการ ทคลองผลกระทบของสารละลาชกรดซัลฟิวริกในระยะสั้น (15 วัน) นั้น ทำการทดลองเพื่อศึกษาผล จากสารละลายกรดที่มีค่า plt แตกต่างกันที่มีต่อไลเคนทั้งสองชนิด จากการทคสอบทางสถิติไม่พบ ความสัมพันธ์ทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 % ในแต่ละชุดการทคคลองของการทดลองระชะสั้นนี้ แต่พบแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของเอทราโนรินในทุกชุดการทดลองเมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างไลเคนที่ ไม่ได้ทคสอบด้วยสารละลายใด ๆ นอกจากนี้ยังศึกษาลักษณะพื้นผิวหน้าของแทลลัส และ โครงสร้าง ของผลึกแคลเซียมออกซาเลท ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด และอุปกรณ์วิเคราะห์ ธาตุ (SEM-EDS) เมื่อเปรีขบเทียบภาพถ่ายแต่ละภาพทั้งจากในพื้นที่ศึกษา และตัวอย่างที่หยดด้วยกรด ซัลฟิวริกในห้องปฏิบัติการ พบว่าพื้นผิวหน้าของแทลลัส และ โครงสร้างของผลึกแคลเซียม- ออกซาเลทมีร่องรอยของการกัดกร้อน พบการแตกหัก รวมถึงพบผลึกที่มีขนาดเล็ก และรูพรุนบน พื้นผิวของผลึกแคลเซียมออกซาเลทในทุกตัวอย่าง แต่ผลการวิเคราะห์ธาตุด้วย SEM-EDS ไม่พบ ความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของธาตุคาร์บอน แคลเซียม และออกซิเจนในในแต่ละตัวอย่าง จากการศึกษานี้พบว่าปริมาณของเอทราโนรินที่พบในไลเคนทั้งสองชนิดทั้งจากในพื้นที่ ศึกษาและการทคสอบในห้องปฏิบัติการ อาจไม่ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่เหมาะสมในการศึกษาผลของกรดที่มี ต่อไลเคนทั้งสองชนิด ส่วนการศึกษาสภาพพื้นผิวของไลเคนพบว่าตัวอย่างไลเคนที่นำมาศึกษาบาง ตัวอย่างมีร่องรอยของการกัดกร้อนบนผิวหน้าที่อาจเกิดขึ้นก่อนการทดสอบ จึงไม่สามารถขืนขันได้ อย่างชัดเจนว่าความเสียหายที่ตรวจพบจากตัวอย่างไลเคนที่ศึกษาในห้องปฏิบัติการ เกิดขึ้นจากการ หยดด้วยสารละลายกรด I MAI LINIVERSIZ