การใช้ไลเคนเพื่อบ่งชี้ระบบนิเวศป่าในภูเขาหลวงจังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความหลากหลายของไลเคนที่เจริญบนเปลือกไม้ในพื้นที่เขาภูหลวง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา การสำรวจและเก็บตัวอย่างระหว่างเดือนตุลาคม ถึง ธันวาคม 2560 โดยแบ่งพื้นที่สำรวจออกเป็น 3 พื้นที่ ตามลักษณะของป่า ได้แก่ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าเบญจพรรณ พบไลเคนที่เจริญบนเปลือกไม้ทั้งหมด 200 ตัวอย่าง สามารถจำแนกชนิดได้ทั้งหมด 18 วงศ์ 32 สกุล 61 ชนิด วงศ์ไลเคนที่พบมากสุด Physciaceae (16 ชนิด) รองลงมา คือ Arthoniaceae (8 ชนิด) Teloschistaceae (5 ชนิด) และ Parmaliaceae (4 ชนิด) ตามลำดับ ชนิดไลเคนที่พบมากกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ที่ศึกษาทั้งหมด ได้แก่ Pyxine cocoes (Swartz) Nyl., Caloplaca cinnabarina (Ach.) Zahlbr., Caloplaca holocarpa (Hoffm.) A.E. Wade, Caloplaca flavorubescens (Huds.) Laundon, Lepraria sp., Dirinaria picta (Sw.) Schaer. ex Clem., และ Verrucaria sp. นอกจากนี้ยังพบว่าค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) มีค่าความสัมพันธ์เชิงลบกับจำนวน และชนิดไลเคนที่เจริญบนเปลือกไม้ และพบว่าไลเคนบางชนิดมีความสัมพันธ์กับชนิดของพรรณพืชที่ไลเคนยึดเกาะด้วย ในขณะที่เปอร์เซ็นต์ความชื้นของของเปลือกไม้มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับจำนวนชนิดไลเคน จากการสำรวจความหลากหลายของไลเคนในป่าทั้ง 3 ชนิดสามารถนำชนิดของไลเคนมาบ่งชี้ลักษณะของป่าได้ นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ความเป็นกรด-ด่าง ความสูงเหนือระดับน้ำทะเล และร้อยละความชื้นของเปลือกไม้มีค่าความสัมพันธ์เชิงบวกกับจำนวนชนิดไลเคนบนเปลือกไม้ในขณะที่อุณหภูมิในบรรยากาศและเส้นรอบวงของต้นไม้ มีค่าความสัมพันธ์เชิงลบกับจำนวนชนิดไลเคน