การบูรณาการความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศวิทยา เพื่อการพัฒนาศักยภาพของไลเคนในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตัวอย่างไลเคนรวบรวมจากรอบพื้นที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดอุทัยธานี และโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามพระราชดำริ ในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวนทั้งสิ้น 2,300 ตัวอย่าง จำแนกได้ 264 ชนิด 99 สกุล 39 วงศ์ จัดเป็นไลเคนที่ไม่เคยมีรายงานในประเทศไทยมาก่อน 38 ชนิด และไม่สามารถระบุชนิดได้ 20 ชนิด นอกจากนี้ไลเคนหลายชนิดสำรวจพบเพียง 1-2 ตัวอย่าง นับว่ามีความเสี่ยงต่อการที่จะสูญหายไปจากพื้นที่ การศึกษาสังคมไลเคนในพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ฯ พบว่าสังคมไลเคนมีการพัฒนาสู่สังคมขั้นสุด มีไลเคนแบบแผ่นใบและแบบเส้นสายเป็นไลเคนเด่น โดยไลเคนที่มีสถานภาพพบบ่อยมาก (IV > 0.1) ได้แก่ Heterodermia speciosa, Parmotrema reticulatum และ Parmelinella wallichina สถานภาพพบทั่วไป (ค่า IV ระหว่าง 0.1-0.01) พบ 39 ชนิด เช่น Bulbothrix isidiza, Hypotrachyna pseudosinosa, และ Usnea undulata ในขณะที่ไลเคนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 61) มีสถานภาพหายาก (IV < 0.01) เช่น Erioderma sorediatum, Leptogium trichophorum และ Lobaria retigera ไลเคนสถานภาพหายากเหล่านี้ควรได้รับการพิจารณาให้มีการจัดการเพื่อการอนุรักษ์ประชากรและแหล่งอาศัยที่เหมาะสม พบว่าชนิดพืชให้อาศัยมีอิทธิพลต่อความหลากชนิดของไลเคน ต้นนางพญาเสือโคร่งเป็นแหล่งอาศัยที่พบไลเคนหลากหลายสูงที่สุด (LDV 93.2) อุณหภูมิที่สูงขึ้นในระดับ 35-40?C ส่งผลให้ประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของไลเคนลดลง แสดงให้เห็นว่าไลเคนหลายชนิดอาจจะมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อนในอนาคต ฝุ่นอัลคาไลน์จากอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพและแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของไลเคนเสื่อมโทรมลง แนวทางแก้ไขคือการสร้างพืชแนวกันชน การติดตามการเติบโตของไลเคนบนเกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยระหว่าง 0.29-2.41 มม./ปี และชี้ให้เห็นว่าสภาพป่าเริ่มมีการฟื้นตัว แอคติโนแบคทีเรีย Streptomyces parvulus Lp03 ที่คัดแยกได้จากไลเคน Pyxine cocoes สร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ actinomycin D ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก เช่น Bacillus cereus, Kocuria rhizophila, Staphylococcus aureus และยับยั้งเซลล์ไลน์ของมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด นอกจากนี้สีย้อมผ้าไหมที่ได้จากไลเคน Parmotrema tinctorum เมื่อสกัดด้วยสารละลายแอมโมเนียจะให้เฉดสีม่วง-แดงซึ่งใช้ย้อมผ้าไหมได้ดี ข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศวิทยาไลเคนใช้ประเมินสถานภาพความหลากหลายและการปรากฏของไลเคนในแหล่งอาศัยตามธรรมชาติที่สำคัญ การกำหนดขอบเขตแหล่งอาศัยที่จำเพาะให้มีพืชให้อาศัยที่เป็นพืชพื้นถิ่นและการจัดการโครงสร้างของป่าไม้เป็นแนวทางเพื่อรักษาแหล่งอาศัยที่สำคัญของไลเคน การเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บุคลากรหรือหน่วยงานในพื้นที่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ เป็นกลไกที่ช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สมดุลต่อไป