การจัดการมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ส่งผลต่อการปนเปื้อนในดิน น้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำในพื้นที่ชุมชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมของประชนชนในพื้นที่ EEC ในประเด็นการปนเปื้อนสารอันตรายในดินและน้ำใต้ดิน มีพื้นที่ศึกษาจำนวน 9 แห่ง โดยอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา 6 แห่ง และจังหวัดระยอง 3 แห่ง และจากผลการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินและน้ำใต้ดินทั้ง 9 แห่ง เพื่อวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหย 15 ชนิด โลหะหนัก 5 ชนิดและสารพทาเลท 4 ชนิด พบว่ามีพื้นที่ศึกษาจำนวน 3 แห่งมีการปนเปื้อนสารสารอินทรีย์ระเหยชนิด โลหะหนัก และสารพทาเลท ในปริมาณที่สูง ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมของประชาชนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทีมวิจัยได้ดำเนินการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินและน้ำใต้ดินบริเวณพื้นที่ปนเปื้อนทั้ง 3 แห่ง ครั้งที่ 2 พบว่า1) พื้นที่รอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันใช้แล้ว ตำบลท่าถ่าน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา สาเหตุที่ทำการศึกษา คือ มีการร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่บริเวณรอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันใช้แล้ว ไม่สามารถใช้น้ำในบ่อได้ เนื่องจากน้ำในบ่อมีการปนเปื้อนคราบน้ำมัน โดยในปีพ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินและตรวจวัดคุณภาพน้ำพื้นฐาน จำนวน 3 จุดเก็บตัวอย่าง ได้แก่ รหัสตัวอย่าง CHT-2, CHT-3 และ CHT-5 ผลการศึกษาพบว่า รหัสตัวอย่าง CHT-2 มีค่าสารไวนิลคลอไรด์และเบนซีน เท่ากับ 82 และ 40 ppb ตามลำดับ ซึ่งมีค่าเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน และมีค่าสารโทลูอีน เอททิลเบนซีน และไซลีน เท่ากับ 52 , 13 และ 26 ppb ตามลำดับ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษา พ.ศ. 2563 พบว่า ค่าของไวนิล คลอไรด์ มีปริมาณลดลง แต่ ปริมาณของสาร เบนซิน โทลูอีน เอททิลเบนซีนและไซลีน เพิ่มขึ้น2) พื้นที่รอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันใช้แล้ว (บริษัท วินโพรเสส จำกัด) ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง สาเหตุที่ทำการศึกษา คือ มีการร้องเรียนจากประชาชน โรงงานส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงการรั่วไหลของน้ำเสียจากโรงงานทำให้ต้นยางของประชาชนที่ปลูกรอบโรงงานยืนต้นตาย โดยในปี พ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และตรวจวัดคุณภาพน้ำพื้นฐาน จำนวน 10 จุดเก็บตัวอย่าง ได้แก่ รหัสตัวอย่าง RYWIN-1 ถึง RYWIN-10 ผลการศึกษาพบว่า รหัสตัวอย่าง RYWIN-4 มีปริมาณสารไวนิล คลอไรด์, 1,2-DCA และ 1,1,2-TCA เกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน คือ 22, 19 และ 57 ppb ส่วน RYWIN-5 พบการปนเปื้อน 1,2-DCA เกินค่ามาตรฐาน 19 ppb และ 1,1,2-TCA เกินค่ามาตรฐาน 51 ppb นอกจากนี้ยังพบสารโทลูอีน ปริมาณ 6.1 ppb ในตัวอย่าง RYWIN4 และปริมาณ 5.9 ppb ในตัวอย่าง RYWIN-5 โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษา พ.ศ. 2563 พบว่า ค่าของไวนิล คลอไรด์และโทลูอีน มีปริมาณลดลง แต่ปริมาณของสาร 1,2-DCA และ 1,1,2-TCA เพิ่มขึ้น 3) พื้นที่ชุมชนโขดหิน ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง สาเหตุที่ทำการศึกษา คือ มีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณในพื้นที่ชุมชนโขดหิน มากกว่า 10 ปี ทำให้คุณภาพน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหย โดย พ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินและตรวจวัดคุณภาพน้ำพื้นฐานจำนวน 6 จุดเก็บตัวอย่าง ได้แก่ รหัสตัวอย่าง RY-2, RY-4, RY-5, RY-6, RY-10 และ RYNEW ผลการศึกษาพบว่า รหัสตัวอย่าง RY-4 และ RY-6 มีปริมาณสาร TCE เท่ากับ 131 และ 82 ppb ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน และรหัสตัวอย่าง RY-10 มีค่าสาร CCl4 และ 1,2-DCA เท่ากับ 57 และ 11 ppb ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน รวมทั้งรหัสตัวอย่าง RYNEW มีปริมาณสารไวนิล คลอไรด์ 5.2 ppb ซึ่งเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดินเช่นกัน และจากการประชุมสัมมนาสรุปผลโครงการศึกษาวิจัยการจัดการมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ส่งผลต่อการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำในพื้นที่ชุมชน และรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วนมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกันคือการบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อไป