กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมของประชนชนในพื้นที่ EEC ในประเด็นการปนเปื้อนสารอันตรายในดินและน้ำใต้ดิน มีพื้นที่ศึกษาจำนวน 9 แห่ง โดยอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา 6 แห่ง และจังหวัดระยอง 3 แห่ง และจากผลการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินและน้ำใต้ดินทั้ง 9 แห่ง เพื่อวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหย 15 ชนิด โลหะหนัก 5 ชนิดและสารพทาเลท 4 ชนิด พบว่ามีพื้นที่ศึกษาจำนวน 3 แห่งมีการปนเปื้อนสารสารอินทรีย์ระเหยชนิด โลหะหนัก และสารพทาเลท ในปริมาณที่สูง ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมของประชาชนที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทีมวิจัยได้ดำเนินการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินและน้ำใต้ดินบริเวณพื้นที่ปนเปื้อนทั้ง 3 แห่ง ครั้งที่ 2 พบว่า1) พื้นที่รอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันใช้แล้ว ตำบลท่าถ่าน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา สาเหตุที่ทำการศึกษา คือ มีการร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่บริเวณรอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์และน้ำมันใช้แล้ว ไม่สามารถใช้น้ำในบ่อได้ เนื่องจากน้ำในบ่อมีการปนเปื้อนคราบน้ำมัน โดยในปีพ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินและตรวจวัดคุณภาพน้ำพื้นฐาน จำนวน 3 จุดเก็บตัวอย่าง ได้แก่ รหัสตัวอย่าง CHT-2, CHT-3 และ CHT-5 ผลการศึกษาพบว่า รหัสตัวอย่าง CHT-2 มีค่าสารไวนิลคลอไรด์และเบนซีน เท่ากับ 82 และ 40 ppb ตามลำดับ ซึ่งมีค่าเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน และมีค่าสารโทลูอีน เอททิลเบนซีน และไซลีน เท่ากับ 52 , 13 และ 26 ppb ตามลำดับ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษา พ.ศ. 2563 พบว่า ค่าของไวนิล คลอไรด์ มีปริมาณลดลง แต่ ปริมาณของสาร เบนซิน โทลูอีน เอททิลเบนซีนและไซลีน เพิ่มขึ้น2) พื้นที่รอบโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันใช้แล้ว (บริษัท วินโพรเสส จำกัด) ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง สาเหตุที่ทำการศึกษา คือ มีการร้องเรียนจากประชาชน โรงงานส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงการรั่วไหลของน้ำเสียจากโรงงานทำให้ต้นยางของประชาชนที่ปลูกรอบโรงงานยืนต้นตาย โดยในปี พ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และตรวจวัดคุณภาพน้ำพื้นฐาน จำนวน 10 จุดเก็บตัวอย่าง ได้แก่ รหัสตัวอย่าง RYWIN-1 ถึง RYWIN-10 ผลการศึกษาพบว่า รหัสตัวอย่าง RYWIN-4 มีปริมาณสารไวนิล คลอไรด์, 1,2-DCA และ 1,1,2-TCA เกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน คือ 22, 19 และ 57 ppb ส่วน RYWIN-5 พบการปนเปื้อน 1,2-DCA เกินค่ามาตรฐาน 19 ppb และ 1,1,2-TCA เกินค่ามาตรฐาน 51 ppb นอกจากนี้ยังพบสารโทลูอีน ปริมาณ 6.1 ppb ในตัวอย่าง RYWIN4 และปริมาณ 5.9 ppb ในตัวอย่าง RYWIN-5 โดยเมื่อเปรียบเทียบกับผลการศึกษา พ.ศ. 2563 พบว่า ค่าของไวนิล คลอไรด์และโทลูอีน มีปริมาณลดลง แต่ปริมาณของสาร 1,2-DCA และ 1,1,2-TCA เพิ่มขึ้น 3) พื้นที่ชุมชนโขดหิน ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง สาเหตุที่ทำการศึกษา คือ มีการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมบริเวณในพื้นที่ชุมชนโขดหิน มากกว่า 10 ปี ทำให้คุณภาพน้ำใต้ดินปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหย โดย พ.ศ. 2564 ได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างเก็บตัวอย่างน้ำใต้ดินและตรวจวัดคุณภาพน้ำพื้นฐานจำนวน 6 จุดเก็บตัวอย่าง ได้แก่ รหัสตัวอย่าง RY-2, RY-4, RY-5, RY-6, RY-10 และ RYNEW ผลการศึกษาพบว่า รหัสตัวอย่าง RY-4 และ RY-6 มีปริมาณสาร TCE เท่ากับ 131 และ 82 ppb ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน และรหัสตัวอย่าง RY-10 มีค่าสาร CCl4 และ 1,2-DCA เท่ากับ 57 และ 11 ppb ตามลำดับ ซึ่งเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดิน รวมทั้งรหัสตัวอย่าง RYNEW มีปริมาณสารไวนิล คลอไรด์ 5.2 ppb ซึ่งเกินค่ามาตรฐานน้ำใต้ดินเช่นกัน และจากการประชุมสัมมนาสรุปผลโครงการศึกษาวิจัยการจัดการมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่ส่งผลต่อการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดิน และแหล่งน้ำในพื้นที่ชุมชน และรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อหาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกันของทุกภาคส่วนมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกันคือการบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
สร้างองค์ความรู้และแนวทางที่เหมาะสมให้แก่ท้องถิ่นและชุมชนในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้มีการจัดการแก้ไขปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษดินและน้ำใต้ดิน
รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษในดินและน้ำใต้ดินโดยการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินและน้ำใต้ดิน เพื่อนำมาวิเคราะห์หาปริมาณการปนเปื้อนในเขตพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
การดำเนินโครงการจะได้แนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษดินและน้ำใต้ดิน
ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นด้านภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 และพื้นที่ดังกล่าวยังประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดข้อมูลที่ชัดเจนในด้านสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่ครอบคลุมจังหวัดชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งในชุดโครงการวิจัยนี้ในปีที่ 2 นี้ จึงมุ่งศึกษาวิเคราะห์พารามิเตอร์ทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทั้งในน้ำ ดิน และอากาศ รวมทั้งคุณภาพน้ำทิ้งด้วย เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลในแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ปนเปื้อนมลพิษดินและน้ำใต้ดิน