กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของส่วนผสมของสมอพิเภก (Terminalia bellerica Roxb (TB)):สมอไทย (Terminalia chebula Retz (TC)):มะขามป้อม (Phyllanthus emblica L. (PE)) ในสารสกัดตรีผลาต่อฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน เตรียมสารสกัดจาก TB:TC:PE โดยน้ำหนัก เท่ากับ 12:8:4 (F1), 4:12:8 (F2), 8:4:12 (F3) and 8:8:8 (F4) โดยการต้มเคี่ยวในน้ำและทำให้แห้งภายใต้สุญญากาศ วิเคราะห์ปริมาณกรดแกลลิกซึ่งเป็นสารหลักที่พบในตรีผลาโดยเทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง วิเคราะห์ผลของสารสกัดต่อการสร้างอินเตอร์เฟอร์รอน-แกมมาและอินเตอร์ลิวคิน-10 จากเซลล์ MOLT-4 โดยเทคนิค ELISA ผลการทดลองพบว่าสารสกัด F1 F4 และ TB มีผลกระตุ้นการสร้างอินเตอร์เฟอร์รอน-แกมมา อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงปริมาณอินเตอร์ลิวคิน-10 เมื่อเหนี่ยวนำด้วยไลโปโพลิแซคคาไรด์ สารสกัด F1, F2, F3 และ PE มีผลยับยั้งการสร้างอินเตอร์เฟอร์รอน-แกมมาอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่สารสกัด F2, F3, TB และ TC ยับยั้งการสร้างอินเตอร์ลิวคิน-10 เมื่อพิจารณาอัตราส่วนระหว่างอินเตอร์เฟอร์รอน-แกมมาและอินเตอร์ลิวคิน-10พบว่าสมดุลของเฮลเปอร์ทีเซลล์-1 ต่อเฮลเปอร์ทีเซลล์-2 เมื่อทดสอบด้วยสารสกัดตรีผลามีผลต่อการตอบสนองของเฮลเปอร์ทีเซลล์-1 เป็นหลัก เมื่อเหนี่ยวนำด้วยไลโปโพลิแซคคาไรด์ เฉพาะสารสกัด F1 ที่สามารถคืนสมดุลของภูมิคุ้มกันโดยการปรับการตอบสนองของเฮลเปอร์ทีเซลล์-2 สู่ระดับปกติ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าส่วนประกอบที่แตกต่างกันของสารสกัดตรีผลาและสภาวะการเหนี่ยวนำมีผลต่อการผลิตไซโตไคน์โดยมีผลต่อการตอบสนองของเฮลเปอร์ทีเซลล์-1 เป็นหลัก อาจเลือกใช้สารสกัด F4 ซ่งึ มีส่วนผสมในตรีผลาในสัดส่วนที่เท่ากันเป็นสมุนไพรดื่มเพื่อสุขภาพได้ ส่วนสารสกัด F1 ซึ่งมีปริมาณผลสมอพิเภกสูงนั้น อาจใช้เพ่อื การรักษาโรคที่เกิดจากความไม่สมดุลของเฮลเปอร์ทีเซลล์-2 เช่น ภูมิแพ้และภูมิแพ้ตัวเอง หรือประยุกต์ใช้ในวัคซีนต้านมะเร็งได้