Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

ผลของฮอร์โมนเพศหญิงและการตอบสนองของเซลล์โมโนไซต์จากมนุษย์ต่อแอลพีเอสของเชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิส

ไพบูลย์ จิตประเสริฐวงศ์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ฮอร์โมนเพศหญิงมีระดับสูงขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์และพบว่ามีบทบาทสำคัญต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของมารดาได้ การเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกันของมารดาอาจสัมพันธ์กับการอักเสบของเหงือกที่เกิดขึ้นตามมาขณะตั้งครรภ์ ดังนั้นการศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของ ฮอร์โมนบีต้า-เอสตราไดออลและโปรเจสเตอโรนต่อการตอบสนองของเซลล์โมโนไซต์ (monocytes) เพื่ออธิบายกลไกทางชีวภูมิคุ้มกันที่สัมพันธ์กันระหว่างการเกิดโรคปริทันต์ของมารดาขณะตั้งครรภ์ เซลล์โมโนไซต์ของอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจะถูกเพาะเลี้ยงโดยแยกมาจากบัพฟี่โค๊ต (buffy coat) ด้วยชุดปั่นแยกเซลล์ Lymphoprep ตามกระบวนการมาตรฐาน แยกเซลล์ให้บริสุทธิ์โดยวิธี Adherent method วิเคราะห์การแสดงระดับของ TLR2, TLR4 และ CD14 ด้วยการทดสอบด้วย Flow cytometry วัดการแสดงออกของCox2 mRNA ด้วยเครื่องเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมชนิด Realtime (realtime PCR) และวัดปริมาณการหลั่งของพรอสตาแกลนดินอีทู (prostaglandin E2; PGE2) ด้วยการทำ ELISA ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าบีต้า-เอสตราไดออลและโปรเจสเตอโรนลดระดับของ TLR2 และ CD14 บนผิวเซลล์โมโนไซต์ แต่ไม่มีผลต่อระดับของ TLR4 นอกจากนี้บีต้า-เอสตราไดออลและโปรเจสเตอโรนยังลดการแสดงออกของ Cox2 mRNA โดยแปรพันไปตามความเข้มข้นของบีต้า-เอสตราไดออลและโปรเจสเตอโรน ในแง่ของการตอบสนองของโมโนไซต์ต่อ LPS ของแบคทีเรีย การบ่มเซลล์ด้วยบีต้า-เอสตราไดออล (1 นาโนกรัม/มล.) และโปรเจสเตอโรน (10 นาโนกรัม/มล.) ก่อนการกระตุ้นด้วยแอลพีเอสของเชื้อพอร์ไฟโรโมแนส จิงจิวาลิส จะลดฤทธิ์ของแอลพีเอสใน การกระตุ้นระดับการแสดงออกของCox2 mRNA และการหลั่งของพรอสตาแกลนดินอีทูจากเซลล์โมโซต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ผลการทดลองที่กล่าวมาจึงอาจสรุปได้ว่าบีต้า-เอสตราไดออลและโปรเจสเตอโรนมีคุณสมบัติในการปรับเปลี่ยนการตอบสนองของเซลล์โมโนไซต์จากมนุษย์ ซึ่งกระบวนการนี้น่าจะมีบทบาทสำคัญในพยาธิกำเนิดของโรคปริทันต์ที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์

คำสำคัญ

estrogenprogesteroneเอสโตรเจนโปรเจสเตอโรนMonocytesจิงจิวาลิสพอร์ไฟโรโมแนสโมโนไซต์P.gingivalisTLRsทีแอลอาร์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการการศึกษาสภาวะระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเพิ่มขึ้นช้าหลังการตกไข่ในโคนมสาวลูกผสมไทย-โฮลสไตน์: สาเหตุเชิงลึก ผลกระทบต่อการตั้งท้องและการอยู่รอดของตัวอ่อนระยะต้นและความเป็นไปได้ในการลดผล กระทบด้วยการให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนโดยตรง ณ ระยะต่างๆหลังการเป็นสัด

สุดสายใจ กรมาทิตย์สุข มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553

การใช้วิธีทางจุลกายวิภาคศาสตร์และวิธีอิมมูนโนฮิสโตเคมีค เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงและการปรากฏตัวรับสเตียรอยด์ ฮอร์โมนในมดลูกและท่อนำไข่ในสุกรสาวที่มีภาวะถุงน้ำรังไข่

ไพศาล เทียนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

การปรากฏของตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนภายในเนื้อเยื่อมดลูกและท่อนำไข่ ของสุกรสาวคัดทิ้งที่พบภาวะถุงน้ำรังไข่

เผด็จ ธรรมรักษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

ภาวะรังไข่ทำงานล่าช้าหลังคลอดในแม่โครีดนมพันธ์โฮลสไตน์: ความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของเบต้าไฮดรอซีบิวทีเรตในระยะต้นหลังคลอด

พรหมพร รักษาเสรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

ผลการตอบสนองของโกรทฮอร์โมน เอ ซี ที เอช ที เอส เอช และ ไอ จี เอฟที่ 1 ต่อการกระตุ้น ของฮอร์โมน โกนาโดโทรปิน รีรีสซิ่ง ในหนูแรตที่ปราศจากรังไข่และมดลูก

พ.ศ. 2558

ผลของการกำกับตนเองในการส่งเสริมการขับถ่ายต่อภาวะท้องผูกในสตรีตั้งครรภ์

ฉวี เบาทรวง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2561

Hubungan Kadar Progesteron dan Estradiol Ibu terhadap Keberhasilan Induksi Persalinan: Suatu Studi Pendahuluan

Universitas Indonesia พ.ศ. 2562

โครงการ:อิทธิพลความสมดุลของพลังงานต่อสภาวะการทำงานของรังไข่หลังคลอดและผลสำเร็จของการใช้โปรแกรมฮอร์โมนเหนี่ยวนำการตกไข่ในแม่โครีดนม

บรรลือ กรมาทิตย์สุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553

ผลของการเสริมยาเม็ดไอโอดีนในหญิงตั้งครรภ์ไทยที่ขาดไอโอดีนระดับไม่รุนแรง ต่อการเจริญเติบโตทางกายของบุตร

ณัฐนรี แสงเขตต์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

Faktor-Faktor yang Memengaruhi Hubungan Kelekatan Ibu terhadap Janin dalam Kandungan

Universitas Indonesia พ.ศ. 2562