Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

บทบาทของไฟโตเอสโตรเจนต่อการเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของตัวรับรู้เชื้อโรคและการขับหลั่งสารในระบบภูมิคุ้มกันการติดเชื้อโรคของเซลล์เยื่อบุมดลูกคน

ฉัตรศรี เดชะปัญญา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

เยื่อบุมดลูกเป็นด่านแรกของระบบปกป้องเยื่อเมือกโดยรับรู้ส่วนประกอบของเชื้อโรคผ่านตัวรับรู้เชื้อโรคที่เรียกว่าโทไลรีเซฟเตอร์ (toll-like receptors, TLR) ซึ่งนำไปสู่กระบวนการอักเสบและกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน จากการศึกษาของเราที่ผ่านมาพบการปรากฏของยีน TLRs 1-10 และโปรตีน TLRs 4-7 ในเซลล์มะเร็งเยื่อบุผิวมดลูกคน (RL 95-2 cells) โดยเจนิสทีอีนและเอสตราไดออลสามารถปรับเปลี่ยนการแสดงออกของยีนและโปรตีน TLR4 เนื่องจากฮอร์โมนเพศควบคุมการแสดงออกและการทำงานของ TLRs 2, 3, 4 และ 9 การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาฤทธิ์ของเจนิสทีอีนซึ่งพบมากในพืชตระกูลถั่วเหลืองต่อการแสดงออกโปรตีน TLR และการทำงานของมันที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งอินเตอร์ลูคิน 6 ใน RL 95-2 cells โดยเปรียบเทียบผลของเจนีสทีอีนกับเอสตราไดออลทั้งในภาวะปกติและในภาวะที่กระตุ้นด้วยโพลีไอซี (poly IC) และไลโพโพลีแซคคาไรด์ (lipopolysaccharide, LPS) โดยนำ RL 95-2 cells มาเลี้ยงในสภาวะพร่องเอสโตรเจนที่ได้รับและไม่ได้รับการกระตุ้นด้วย poly IC ซึ่งเป็นส่วนของ dsRNA ไวรัส หรือ LPS ซึ่งเป็นสารพิษจากแบคทีเรีย เป็นเวลา 30 นาทีก่อนได้รับเจนิสทีอีนความเข้มข้น 10-7, 10-6 , 10-6 โมลาร์ และ เอสตราไดออล 10-9 โมลาร์ เป็นเวลา 48 ชั่วโมง เก็บน้ำเลี้ยงเซลล์เพื่อวัดปริมาณอินเตอร์ลูคิน (interleukin, IL) 6 ด้วยวิธี ELISA และการแสดงออกโปรตีน TLR ด้วยวิธี semi-quantitative western ผลการทดลองพบการแสดงออกที่แตกต่างกันของโปรตีน TLRs 2, 3, 4 และ 9 ในเยื่อบุผิวมดลูก เซลล์ที่ได้รับ poly IC หรือ LPS มีการแสดงออกโปรตีน TLRs 2 และ 9 เพิ่มขึ้น แต่ TLRs 3 และ 4 ลดลง การให้เจนิสทีอีน 10-7 โมลาร์เพิ่ม TLR2 ในขณะที่เอสตราไดออลลด TLR4 เจนิสทีอีนทุกความเข้มข้นให้ผลลดโปรตีน TLR2 ที่ถูกกระตุ้นด้วย poly IC ในทางตรงข้ามทั้งเจนีสทีอีน 10-6 โมลาร์ และเอสตราไดออลให้ผลลด TLR4 มากขึ้นจากที่ถูกยับยั้งโดย poly IC ส่วนการให้เอสตราไดออลลด TLRs 2, 4, 9 ที่ถูกกระตุ้นโดย poly IC และเพิ่ม TLR3 ที่ถูกยับยั้งโดย poly IC ในภาวะที่เซลล์ถูกกระตุ้นด้วย LPS เจนิสทีอีนไม่มีผลต่อการแสดงออกของ TLR แต่เอสตราไดออลให้ผลลด TLR9 นอกจากนี้ยังพบว่า RL 95-2 cells สามารถหลั่ง IL6 ชึ่งถูกยับยั้งโดยการให้ poly IC เป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง การให้เจนิสทีอีน 10-6 โมลาร์เป็นเวลา 48 ชั่วโมงเพิ่มการหลั่ง IL6 ซึ่งสัมพันธ์กับการแสดงออกของ TLR2 ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรตามเมื่อให้เจนิสทีอีน 10-7 และ 10-6 โมลาร์ หรือเอสตราไดออลเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง สามารถต้านการหลั่ง IL6 ที่ลดลงด้วย poly IC ถึงแม้ว่า LPS ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงการหลั่ง IL6 การที่เอสตราไดออลลดการหลั่ง IL6 อาจเป็นเพราะ LPS ลดโปรตีน TLR9 โดยรวมผลการศึกษาแสดงถึงฤทธิ์ของเจนิสทีอีนในการปรับเปลี่ยนการแสดงออกของโปรตีน TLR และการหลั่ง IL6 เพื่อช่วยดำรงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแต่กำเนิดในมดลูก นอกจากนี้ผลของเจนิสทีอีนและเอสตราไดออลในการต่อต้านการแสดงออกของ TLR และการหลั่ง IL6 ในภาวะติดเชื้อไวรัส และผลยับยั้งการหลั่ง IL6 ในภาวะติดเชื้อแบคทีเรียจะเป็นหลักฐานสำคัญในการนำสารเจนิสทีอีนมาใช้ส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมดลูกและบรรเทาการอักเสบของเยื่อบุผิวมดลูกที่ถูกรุกรานด้วยเชื้อโรค

คำสำคัญ

phytoestrogenGenisteinuterusDaidzeinไฟโตเอสโตรเจนmucosal immunitytoll-like receptorมดลูกhuman endometrial epithelial cellsเจนิสทีอีนเซลล์เยื่อบุมดลูกคนไดแอดซีน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการวิจัยฤทธิ์ของสารไฟโตเอสโตรเจนจากถั่วเหลืองในการเพิ่มระบบตัวบ่งชี้เชื้อโรคและการป้องกันการหลวมตัวของเซลล์เพาะเลี้ยงเยื่อบุมดลูกของสุกรในภาวะปกติ หรือที่ได้รับสารพิษจากแบคทีเรีย

รศ.สพญ.ดร. สุทธาสินี ปุญญโชติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2555

การศึกษาบทบาทของโปรตีนไทโรซีนไคเนสและโปรตีนที่ถูกเติมหมู่ฟอสเฟตในการกระตุ้นตัวรับที่ผิวของทีลิมโฟซัยต์: การทดสอบในห้องทดลองและชีวสารสนเทศ

สุธาทิพย์ พงษ์เจริญ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2564

การใช้ประโยชน์เซลล์ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดและวิถีสัญญาณในสุขภาพและโรค

ธนาภัทร ปาลกะ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

โครงการการศึกษาบทบาทของสารออกฤทธิ์จากว่านชักมดลูกต่อการเกิดพิษของแคดเมียมในเซลล์ไตและเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน

อมรทัศน์ สดใส มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2554

การศึกษาการควบคุมของวิถีสัญญาณอินเตอร์เฟียรอนผ่านเซ็นเซอร์ของไวรัสดีเอ็นเอในเซลล์ภูมิคุ้มกันของหนูโรคลูปัสด้วยวิธีโปรตีโอมิกส์

ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2558

Reversible immune abnormality and regulatory T cells in offspring of Der p 1-exposed female mice

พ.ศ. 2561

ความเกี่ยวข้องระหว่างยีนกับการแพ้ยาชนิดรุนแรง

ระวีวรรณ ยิ้มแพร โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก พ.ศ. 2557

การศึกษาคุณสมบัติและจำแนกโปรตีนคัดหลั่งจากพยาธิ Trichinella spiralis ที่มีฤทธิ์ในการควบคุมและเหนี่ยวนำการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของโฮสท์

ภูมิ อดิศักดิ์วัฒนา มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2560

การศึกษาความสัมพันธ์ ของระดับการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้อง กับระบบภูมิคุ้มกันกับความรุนแรง ของโรคติดเชื้อไวรัสเด็งกิว

กัญญา ศุภปีติพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

ผลของซีรั่มมนุษย์ต่อคุณสมบัติการควบคุมภูมิคุ้มกันของเซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากรกและสายสะดือ

ศิริกุล มะโนจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559