ผลของแคเธลิซิดินที่พบในมนุษย์ต่อเมแทบอลิซึมของไฮยาลูโรแนนและกลไกที่เกี่ยวข้องกับโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
LL-37 คือเปปไทด์ต่อต้านจุลชีพในตระกูลแคเธลิซิดินเพียงชนิดเดียวที่พบในมนุษย์และมีรายงานว่า LL-37 สามารถตอบสนองต่อจุลชีพที่เข้ามาในร่างกายโดยทำให้เกิดการอักเสบที่บริเวณต่างๆ ทั่วร่างกาย เมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยที่พบว่าปริมาณของ LL-37 ที่สูงกว่าปกติในเยื่อหุ้มข้อของผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ งานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของ LL-37 ที่มีต่อกลไกที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคข้ออักเสบรูมาทอยด์ การแสดงออกของยีนไซโตไคน์ก่ออักเสบและยีนที่ควบคุมเมแทบอลิซึมของไฮยาลูโรแนน กลไกที่ควบคุมการตายของเซลล์ และการบุกรุกของเซลล์ถูกตรวจสอบในเซลล์เชื้อสายมะเร็งเยื่อหุ้มข้อ SW982 จากการวิเคราะห์การแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับไซโตไคน์ก่อการอักเสบและเมดิเอเตอร์พบว่า LL-37 กระตุ้นการแสดงออกของยีน IL6 และ IL17A อย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่ชั่วโมงที่สาม นอกจากนี้ที่เวลาใกล้เคียงกันยังพบการแสดงออกที่มากขึ้นของยีนที่เกี่ยวข้องกับเมแทบอลิซึมของไฮยาลูโรแนนเช่น HA synthase 2 (HAS2), HAS3, hyaluronidase 1 (HYAL1), HYAL2 และ CD44 และเมื่อ IL17A ถูกเลือกมาใช้กระตุ้นร่วมกับ LL-37 พบว่าการแสดงออกของยีน PTGS2, TNF และ HAS3 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญพร้อมกับปริมาณของผลิตภัณฑ์ของยีนเหล่านั้นด้วยเช่น PGE2, TNF และไฮยาลูโรแนน อัตราการบุกรุกของเซลล์และการแสดงออกของยีน FN1 ก็ถูกกระตุ้นโดย LL-37 และ IL17A อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่พบว่าทั้ง LL-37 และ IL17A ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการตายของเซลล์หรือวัฏจักรเซลล์ เมื่อศึกษาเส้นทางการส่งสัญญาณภายในเซลล์พบว่าการเติมหมู่ฟอสเฟตของ IKK และ p65 ซึ่งเป็นโมเลกุลหลักของเส้นทาง NF-kB ถูกกระตุ้น จากผลการทดลองชี้ให้เห็นว่า LL-37 ที่มีปริมาณมากในเซลล์เป็นเวลานานอาจทำงานร่วมกับไซโตไคน์ก่อการอักเสบที่ถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นมาเช่น IL17A ในการเหนี่ยวนำกลไกที่เกี่ยวกับการเกิดโรคข้ออักเสบเช่น การผลิตไซโตไคน์และเมดิเอเตอร์ก่อการอักเสบปริมาณมาก การกระตุ้นการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับเมแทบอลิซึมของไฮยาลูโรแนน และการบุกรุกของเซลล์