กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมข้อมูลความผิดของผิวของผิวจราจรในประเทศไทย ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการลดลงของค่าความฝืดผิวจราจร และสร้างแบบจำลองสำหรับทำนายการเปลี่ยนแปลงความฝืดของผิวจราจรได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งพัฒนาเครื่องมือชุดอุปกรณ์ทดสอบหาค่าความผิดผิวจราจรแบบต่อเนื่องขึ้นมาใหม่ด้วยระบบเทคโนโลที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความสะควกและปลอดภัยมากขึ้นในการใช้ทดสอบหาค่าความฝืดผิวจราจรในสนามที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจราจร ผลการศึกษาพบว่า ค่าปริมาณจราจรสะสม (Cumulative Traffic Volume. CTV) และค่าพารามิเตอร์ที่ใช้วัดพื้นผิวแบบหยาบ (Macro-Texture) ของสายทาง (Mean Texture Depth, MTD) เป็นตัวทำนายค่าความฝืดผิวจราจร (Skid Resistance Value at 35%C, SR1735) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเป็นแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้วยถดดถอยพหุคูณเชิงเส้นตรง (Multiple Linear Regression) สำหรับผิวทางแอสฟัลต์ที่ใช้ชนิดมวลรวมหลักเป็นหินแกรนิต (granite) หินปูน (limestone) และหินนะชอลท์ (Basalt) โดยความคลาดเคลื่อนของผลทำนายอยู่ในช่วงค่าที่ยอมรับได้ในงานวิศวกรรมแบบจำลองทำนายค่าความฝืดผิวจราจรที่เสนอตามงานวิจัยนี้ จะให้ผลแม่นยำในช่วง 1 ปีแรกของการเปิดใช้งานถนน หรือปริมาณจราจรสะสม ไม่เกิน 350,000 คันต่อวัน และควรพัฒนาเครื่องมือทดสอบค่าความฝืดผิวจรจรที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะระบบห้ามล้อเมื่อนำเครื่องมือมาใช้ทดสอบแบบต่อเนื่องด้วยรถลากที่มีความเร็วสูง