โครงการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของผิวจราจรที่ทำจากวัสดุผสมด้วยความร้อน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของผิวจราจรที่ทาจากวัสดุผสมด้วยความร้อน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์หาอัตราส่วนโดยน้าหนักที่เหมาะสมของ พลาสติก ยางพาราที่ใช้ผสมกับยางมะตอย ในการผลิตยางต้นแบบ ที่มีคุณสมบัติทดแทนการใช้ยางมะตอยได้ ศึกษาผลของการใช้เถ้าหนักเป็นวัสดุเสริมการรับแรงในผิวทางจราจร ศึกษาประสิทธิภาพของการซิลิเกตผสมในงานคอนกรีตผิวทางจราจร ออกแบบส่วนผสมคอนกรีตจากยางที่ผลิตขึ้น และศึกษาหาวิธีการกาจัดขยะพลาสติกที่ลงลึกเพียงพอ โดยการนากลับมาใช้ใหม่ให้ได้ในปริมาณมากเพื่อหาแนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผลที่ได้จากโครงงานนี้ ส่วนผสมที่ดีที่สุดคือ อัตราส่วนแอสฟัลท์+น้ายางพาราชนิดน้ายางข้น 60/40 % อัตราส่วน 9%+ พลาสติกชนิดร้อน 100% อัตราส่วน 2% และได้นามาทาเป็นยางต้นแบบในการทาก่อสร้างแปลงทดสอบ 2 แปลง เพื่อใช้ในการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของผิวจราจร โดยแบ่งเป็นแปลงที่ 1 ใช้ AC 60-70 100% และแปลงที่ 2 ใช้แอสฟัลท์+น้ายางพาราชนิดน้ายางข้น 9%+ พลาสติกชนิดร้อน 2% มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก คือ มีค่าเฉลี่ยการแอ่นตัวของถนน 0.0065 นิ้ว ซึ่งหากให้คะแนนตามเกณฑ์ ได้คะแนน 10 คะแนน และค่าเฉลี่ยสภาพผิวทางความเสียหาย 9.33 คะแนน หมายถึง หมายถึง ผิวทางอยู่ในสภาพดีเยี่ยมไม่มีความเสียหายต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อความเร็ว เมื่อเทียบกับแปลงที่ 1 ที่ใช้ AC 60-70 100% เกิดความเสียหายประเภทรอยคลื่นและรอยร่องล้อเป็นบางจุด แต่ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากระยะเวลาในการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของผิวจราจรนั้นมีน้อยเกินไป ซึ่งอาจยังไม่เห็นค่าการเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ ดังนั้นเพื่อให้ผลการทดสอบคุณสมบัติของยางต้นแบบกับการก่อสร้างจริงที่มีประสิทธิภาพนั้นควรตรวจสอบต่อไปอีก 2 – 5 ปี และ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเรื่องต้นทุนการผลิต เพื่อหาความคุ้มค่าในการนาพลาสติก ยางพารามาผสมกับยางมะตอย