กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือ เพื่อพัฒนาพลาสติกและเศษไม้เหลือทิ้งในชุมชนเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา เป็นผลิตภัณฑ์บล็อกปูพื้นทางเดิน โดยวิเคราะห์ผลกระทบชนิดขยะพลาสติก ชนิดและปริมาณผงไม้ และสภาวะทางธรรมชาติที่มีต่อสมบัติทางกลและทางกายภาพของวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ ซึ่งในการผสมวัสดุดำเนินการโดยใช้เครื่องอัดรีดแบบเกลียวคู่ และขึ้นรูปเป็นแผ่นชิ้นงานตัวอย่างด้วยเครื่องอัดร้อน ผลจากการทดลองพบว่า การเติมผงไม้ปริมาณ 40, 50 และ 60 wt% ส่งผลให้ค่าความแข็งแรงดัด ค่าความแข็งแรงเฉือน และค่าการยึดตะปูเกลียวลดลง ทว่าค่ามอดูลัสการดัดและค่าความแข็งกลับเพิ่มขึ้นเมื่อเติมผงไม้เป็นส่วนผสมมากขึ้น ในขณะเดียวกัน จากการทดสอบสมบัติทางกลและทางกายภาพของวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ที่ผ่านสภาวะทางธรรมชาติ 6 เดือน พบว่าค่าความแข็งแรงดัด ค่ามอดูลัสการดัด ค่าความแข็งแรงเฉือน และค่าความแข็งของวัสดุเชิงประกอบนั้นลดลงตามระยะเวลาการตากแดดที่นานขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์พื้นผิวด้วยกล้องจุลทรรศน์ของชิ้นงานที่ผ่านการทดสอบสภาวะทางธรรมชาติ 0, 2, 4 และ 6 เดือน พบว่า มีความเสียหายโดยเกิดรอยแตกร้าวบนพื้นผิวของชิ้นงาน ซึ่งเหตุนี้จึงส่งผลให้สมบัติทางกลนั้นลดลง นอกจากนี้เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบของชนิดพลาสติกพบว่า วัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ที่มีส่วนผสมขยะถุงพลาสติกมีสมบัติทางกลและทางกายภาพด้อยที่สุด ทว่ามีการลดลงของสมบัติทางกลน้อยที่สุด เมื่อวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ถูกตากแดดเป็นระยะเวลานานขึ้น นอกจากนั้นการเติมผงไม้ชนิดต่าง ๆ คือ ผงจากกิ่งไม้ ผงจากทางใบไม้ และผงจากใบไม้ เป็นส่วนผสมในวัสดุเชิงประกอบพลาสติกปริมาณเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าความแข็งแรงดัด ค่าความแข็งแรงเฉือน และความแข็งแรงการยึดตะปูเกลียวลดลงตามปริมาณผงไม้ที่เติมเป็นส่วนผสม ขณะเดียวกัน ชนิดผงไม้ที่เติมเป็นส่วนผสมในวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ที่ให้สมบัติการดัด การเฉือน ความแข็ง และการยึดตะปูได้ดีสุด คือ ผงไม้จากกิ่งไม้ เช่นเดียวกันเมื่อวิเคราะห์สมบัติทางกลที่เปลี่ยนแปลงไปของวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ตามระยะเวลาการทดสอบสภาวะทางธรรมชาติพบว่า วัสดุเชิงประกอบพลาสติกและผงไม้ทุกชนิดมีสมบัติทางกลลดลงตามระยะเวลาการทดสอบที่นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์ถึงความเหมาะสม ความแข็งแรง และการทนต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ สูตรวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ที่จะนำไปใช้ผลิตบล็อกปูพื้นทางเดินประกอบด้วย พลาสติกจากถุง 56 wt% ผงไม้จากกิ่งไม้ 40 wt% สารยูวีสเตบิไลเซอร์ 1 wt% และผงสี 3 wt%
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
ได้สูตรส่วนผสมวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ และบล็อกปูพื้นทางเดินต้นแบบที่ผลิตมาจากขยะพลาสติกและเศษไม้ในชุมชนเทศบาลเมืองเขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ที่ได้ผ่านการทดสอบสมบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน และผ่านการทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม
ในทางทฤษฎีและการทบทวนงานวิจัยในอดีตขยะพลาสติกและเศษไม้สามารถนำมาพัฒนาเป็นวัสดุเชิงประกอบพลาสติกและไม้ได้ เนื่องจากขยะพลาสติกส่วนใหญ่เป็นพลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติกที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ และเศษไม้เป็นวัสดุที่สามารถนำมาย่อยให้มีขนาดเล็กและนำไปเสริมแรงให้กับพลาสติกได้ นอกจากนี้พลาสติกสามารถปรับปรุงให้มีสมบัติที่ทนต่อแสงแดดได้ เพื่อพัฒนาเป็นบล็อกปูพื้นทางเดินที่ต้องใช้ในสถานที่โล่งแจ้ง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
เมื่องานวิจัยสำเร็จจะเกิดอาชีพใหม่ขึ้นในชุมชนเทศบาลเมืองเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา นั่นคือการผลิตผลิตภัณฑ์บล็อกปูพื้นทางเดินสำหรับใช้ปูทางเท้าภายในเขตเทศบาล และพื้นที่ใกล้เคียง เช่นเดียวกันปริมาณขยะพลาสติกในพื้นที่กำจัด (Landfill) จะมีจำนวนลดน้อยลง ซึ่งจะลดผลกระทบทางกลิ่นและทางน้ำที่มีต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน
ในเขตเทศบาลเขารูปช้างมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ 2 คือ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ทำให้มีความคับคั่งของผู้อยู่อาศัยทั้งคนในพื้นที่และนักศึกษาที่เข้ามาเรียน ทำให้ปัญหาขยะเป็นปัญหาหลักที่ทางเทศบาลพยายามแก้ไข ซึ่งนอกจากการแก้ปัญหาที่ต้นแบบแล้ว การแก้ปัญหาที่ปลายทางก็จำเป็นไม่แพ้กัน ซึ่งจากปัญหาขยะนี้ ขยะพลาสติกเป็นขยะที่เกิดขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นภาระของเทศบาลอย่างมากที่ต้องกำจัด ดังนั้นการนำขยะพลาสติกและเศษไม้ที่เกิดจากการตกแต่งต้นไม้มาพัฒนาเป็นบล็อกปูพื้นทางเดินจึงเป็นทางออกหนึ่งที่น่าสนใจ และทางเทศบาลมีการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังในดำเนินงานวิจัยเพื่อลดปริมาณขยะในพื้นที่กำจัด (Landfill)